อธ.อัยการสอบสวนเผย กำนันนก ฮั้วประมูลหลายโครงการ ตั้งแต่ปี’55 ความเสียหายหลายพันล้าน พบเจ้าตัวกับพวกแบ่งหน้าที่กันทำ มีผู้เกี่ยวข้อง 3 กลุ่ม
เมื่อวันที่ 14 มกราคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าหลังจากพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีปราบปรามการทุจริต 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง บริษัท ป.รวีกนก ก่อสร้าง จำกัด ที่ นายประวีณ จันทร์คล้าย หรือ กำนันนก กับพวก รวม 21 ราย เป็นจำเลย ในข้อหาตกลงร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรมหรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้า
นายวัชรินทร์ ภาณุรัตน์ อธิบดีอัยการสำนักการสอบสวน สำนักงานอัยการสูงสุด ให้สัมภาษณ์ว่า รับผิดชอบคดีของนายปวีณทั้งสองคดี ทั้งคดีอาญาที่เป็นผู้จ้างวานฆ่า พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว หรือสารวัตสิว ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางประสานมาทางสำนักงานอัยการสูงสุดให้ตนเข้าไปเป็นที่ปรึกษาคดี ซึ่งคดีนี้ศาลพิพากษาจำคุกตลอดชีวิตนายประวีณ ส่วนอีกคดีอยู่ในความรับผิดชอบของศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พยายามช่วยเหลือนายประวีณตอนต้นและกลุ่มที่ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ถูกฟ้อง 15 นาย ศาลลงโทษจำคุกและยกฟ้อง 1 นาย บางส่วนก็รอการลงโทษเอาไว้
นายวัชรินทร์กล่าวอีกว่า นายประวีณถูกศาลลงโทษสองส่วนจากคดีจ้างวานฆ่า พ.ต.ต.ศิวกร ที่ศาลอาญา และจำคุก 2 ปีที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ หลังจากนั้นสังคมก็จับตามองนายประวีณ และหาข้อมูลจนพบว่าเจ้าตัวได้ฮั้วประมูลหลายโครงการด้วยกัน ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี 2566 1,500 โครงการ และความเสียหายหลายพันล้านบาท โดยมีดีเอสไอเป็นผู้รับผิดชอบ และรับเป็นคดีพิเศษ ก่อนขออัยการสูงสุดตั้งอัยการเข้าร่วมสอบสวนและตนเป็นที่ปรึกษาทั้งสองคดี

นายวัชรินทร์กล่าวอีกว่า คดีฮั้วประมูลของนายประวีณแบ่งออกเป็น 2 ส่วน กรณีแรกส่งเรื่องไปที่อัยการปราบปรามทุจริต 1 มีการยื่นฟ้องบริษัทของนายประวีณ โดยสั่งฟ้องไปแล้ว 21 ราย ยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง และอีกคดีที่มีการประชุมไปเมื่อวันที่ 12 มกราคมที่ผ่านมา กับดีเอสไอเกี่ยวกับโครงการราดยางถนนคอนกรีต 33 ล้านบาทที่ดอนตูม และจ้างรับเหมาปรับปรุงถนนลาดยางกว่า 30 ล้านบาท สรุปว่ามีผู้ต้องหาเพิ่มจากที่ฟ้องไปแล้วมาอีก 59 ราย รวมถึงตัวนายประวีณด้วย และอีกส่วนที่ดำเนินคดีเพิ่ม 9 ราย เนื่องจากเป็นรายที่มีการรับเงินโอนเพิ่ม
นายวัชรินทร์กล่าวว่า เรายังพบว่าการประมูลเป็นแบบ E-bidding วิธีการคือมีการเสนอราคา ซื้อซอง และผู้ซื้อกับผู้เสนอราคาไม่มีทางมาพบกันได้ แต่นายประวีณกับพวกจะให้กลุ่มของตัวเองจัดฮั้วประมูล ส่วนใหญ่จะเป็นนักการเมืองท้องถิ่น แบ่งหน้าที่กันทำ กลุ่มที่เกี่ยวข้องจะมี 3 กลุ่ม กลุ่มผู้ได้รับผลประโยชน์ในการเข้าทำสัญญา กลุ่มผู้จัดฮั้วประมูล และกลุ่มผู้รับเงิน ซึ่งบางบริษัทก็ไม่เล่นด้วย แต่บางบริษัทก็เล่นด้วย ซึ่งจะถูกดำเนินคดี และมีหลักฐานบางส่วนที่บางบริษัทไม่ได้เล่นด้วยก็จะนำมาเป็นพยาน จึงสรุปสำนวนแรกและที่จะเสนออัยการไปว่า เป็นความผิดฐานร่วมกันในการเสนอราคาเพื่อวัตถุประสงค์ที่จะให้ประโยชน์แก่ผู้ใดผู้หนึ่งเป็นผู้มีสิทธิทำสัญญากับหน่วยงานของรัฐโดยหลีกเลี่ยงการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม หรือโดยการกีดกันมิให้มีการเสนอสินค้า
เมื่อถามว่า ทำไมต้องแยกสำนวนออกมาต่างหาก นายวัชรินทร์กล่าวว่า ส่วนที่ต้องแยกออกมาเป็นสองสำนวนต่างหาก เพราะเดิมสำนวนแรกที่ส่งไปหลักฐานชัดเจนสรุปสำนวนได้ และเพียงพอที่จะดำเนินคดีแล้ว แต่อีกสองโครงการหลักเพิ่งตรวจพบภายหลัง จึงแยกเป็นอีกสำนวนหนึ่ง แต่เกี่ยวเนื่องกันกับสำนวนแรกในเรื่องการฮั้วประมูลของนายประวีณ โดยคดีแรกยื่นฟ้องต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลางไปตั้งแต่วันที่ 8 มกราคมแล้ว

