บิ๊กโจ๊ก ส่งทนายร้องศาลเอาผิดบิ๊กเต่า-ผู้การปปป. ผิดม.157 จ่อร้องผบ.ตร.เพิ่ม

22.01.26 | 11:59 น.

บิ๊กโจ๊ก ส่งทนายร้องศาลเอาผิดบิ๊กเต่า-ผู้การปปป. ผิดม.157 จ่อร้องผบ.ตร.เพิ่ม

 

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 22 มกราคม นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความ ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำเอกสารมายังศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เพื่อยื่นฟ้องกับ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และ พล.ต.ต.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ผบก.ปปป.) และคณะพนักงานสอบสวน ในคดีติดสินบนทองเจ้าหน้าที่รัฐ ในความผิดตามมาตรา 157

โดยนายสัญญาภัชระได้นำเอกสารที่ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ออกเอกสารว่า มีมติส่งเรื่องดังกล่าวคืนพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินการให้เป็นไปตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 61 วรรคสอง

นายสัญญาภัชระบอกว่า เมื่อ ป.ป.ช.ส่งคืนกลับมา ไม่ได้หมายความว่าจะกลับไปดำเนินการได้ เรื่องการดำเนินการเอาผิดนั้น จะต้องไปเริ่มที่รัฐสภา ซึ่งต้องดูว่าตอนนี้ทางประธานวุฒิสภาจะดำเนินการได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ส่งไปยังประธานศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เพราะเรื่องดังกล่าวมีการกล่าวหากรรมการของ ป.ป.ช.และบุคคลอื่น ซึ่งเป็นสำนวนเดียวกัน

Advertisement

ส่วนที่ ป.ป.ช.ออกเอกสารมาเมื่อวาน (22 ม.ค.69) ก็มองว่า ป.ป.ช.เองก็ไม่ได้มีอำนาจ จึงส่งกลับไปที่ตำรวจ ซึ่งหากตำรวจกลับไปดำเนินการ เอาผิดและเรื่องไปยังศาลอาญานั้นไม่ถูกต้อง เพราะการที่จะดำเนินคดีกับผู้ถูกกล่าวหาที่มีตำแหน่ง จะต้องใช้กฎหมายตามรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและการปราบปรามทุจริต 2 ฉบับ แต่ถ้าเอกสารกลับไปแล้วยังดำเนินการต่อถือว่าเป็นการลุแก่อำนาจ

นายสัญญาภัชระมองว่า มันเป็นการติดกระดุมผิดตั้งแต่เม็ดแรก ที่ตำรวจไปตั้งข้อกล่าวหาบิ๊กโจ๊ก และกรรมการ ป.ป.ช. แทนที่จะไปร้อง ตามขั้นตอนให้ถูกต้อง แต่กลับตั้งข้อกล่าวหาเองแล้วค่อยไปยื่นเอกสาร

และการที่บิ๊กโจ๊กให้ตนเองมาร้องศาลในวันนี้ ไม่ถือว่าเป็นการประวิงเวลา แต่เป็นการให้ดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบเท่านั้น

นอกจากนี้ ทนายความยังได้นำคำสั่งของ พล.ต.อ.สันต์ ศรุตานนท์ อดีตผู้บัญการตำรวจแห่งชาติ ที่เคยออกคำสั่งแนวทางการดำเนินคดีอาญากับกรรมการป.ป.ช.ไว้เมื่อ พ.ศ.2545 มาเป็นหลักฐานประกอบการร้องศาล

นายสัญญาภัชระยังบอกอีกว่า ขอให้ท่านยอมรับความจริงว่าท่านทำผิด ท่านเป็นต้นทางของการใช้อำนาจ และการมาดำเนินคดีกับลูกความของตนมันเร็ว คดีอื่นไม่เห็นจะเร็วเหมือนลูกความตน

และเมื่อวันที่บิ๊กโจ๊กเข้าไปรับทราบข้อกล่าวหา ตัวท่านเองก็พูดกับลูกความผมว่าให้แจ้งข้อกล่าวหาเลย ซึ่งบิ๊กโจ๊กได้ถามกลับว่ามีอำนาจหรือไม่ บอกว่าบิ๊กเต่า ก็ให้อธิบายข้อกล่าวหาทำการสอบสวนและไปพิมพ์ลายนิ้วมือเลย ซึ่งมองว่านี่เป็นการทำให้เกิดความเสียหายกับตำรวจชั้นผู้ใหญ่

ส่วน พล.ต.ต.ประสงค์ ได้พูดกับบิ๊กโจ๊กว่า ภายใน 30 วันผมจะทำก็ได้จะค้นจะจับจะสอบทำหมด ผมมองว่าคำพูดเหล่านี้เป็นการทำให้เกิดความเสียหาย ลูกความผมไม่ใช่เขมรที่จะมากำหนดเวลาจะทำอะไรไม่ทำอะไร

นอกจากนี้ ทนายระบุว่าจะดำเนินการฟ้องผู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำดีเพิ่มเติม อีกหลายรายโดยเฉพาะผู้ที่ออกคำสั่งสูงสุด คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ขณะที่นายสัญญาภัชระยังโชว์แชตแอพพลิเคชั่น LINE ระหว่างทนายกับ พ.ต.ท.คริส ช่วงวันที่ 2-18 ธันวาคม 2568 เป็นการส่งข้อความเรื่องของคดี พูดคุยกันอยู่ แต่ผมไม่เข้าใจทำไมเมื่อวานก่อน ถึงไปแจ้งความว่าถูกทำร้ายซึ่งเรื่อง ตั้งแต่ปี 2560