ศาลสั่งคุก 20 ปี ‘เอกราช ช่างเหลา’ กับพวกคนละ 10 ปี คดีทุจริตสหกรณ์ครู 431 ล้าน
ความคืบหน้าการดำเนินคดีของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ในการติดตามทรัพย์สินกลับคืนสู่ระบบสหกรณ์ หลัง “คณะกรรมการสหกรณ์” ในฐานะผู้แทนนิติบุคคล ได้ดำเนินการทางกฎหมายอย่างต่อเนื่องเพื่อคุ้มครองสิทธิและผลประโยชน์ของสมาชิก โดยในช่วงเดือนมกราคม 2569 มีคดีสำคัญที่ศาลนัดฟังคำพิพากษารวม 4 คดี ทั้งคดีแพ่งและคดีอาญา
คดีแรก เป็นคดีแพ่ง หมายเลขดำที่ พ 874/2568 ศาลจังหวัดขอนแก่น ระหว่าง สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เป็นโจทก์ฟ้อง นายเอกราช ช่างเหลา อดีต ส.ส.ขอนแก่น เขต 4 พรรคภูมิใจไทย และนายสีลา เป็นจำเลย ในข้อหาติดตามทรัพย์สินคืนจากการเบิกเงินโดยมิชอบตามกฎหมายและข้อบังคับของสหกรณ์ รวมเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นเงินกว่า 11.16 ล้านบาท โดยศาลพิพากษาเมื่อวันที่ 15 มกราคม 2569 ให้จำเลยทั้งสองชดใช้เงินจำนวนดังกล่าวภายใน 30 วันนับแต่วันที่มีคำพิพากษา
ส่วนคดีที่สอง เป็นคดีอาญาคดีใหญ่ หมายเลขดำที่ อ 89/2564 และคดีหมายเลขแดงที่ อ 1149/2566 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดและสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด เป็นโจทก์ร่วม ฟ้องนายนพรัตน์, นายนิวัฒน์, นายสมศักดิ์ และนางสาววราพร ในข้อหาร่วมกันยักยอกทรัพย์ของสหกรณ์ เป็นเงินกว่า 431 ล้านบาท โดยศาลอุทธรณ์ภาค 4 นัดฟังคำพิพากษาในวันนี้ เวลา 09.00 น.
ทั้งนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่ยกฟ้องพวกนายเอกราช ช่างเหลา ในคดียักยอกทรัพย์และปลอมแปลงเอกสารสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด โดยสั่งลงโทษจำคุกจำเลยกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้ จำเลยที่ 1 ถึง 3 (กลุ่มนายเอกราชและพวก) ศาลพิพากษาจำคุก คนละ 20 ปี และ จำเลยที่ 4 ศาลพิพากษาจำคุก 10 ปี
ภายหลังฟังคำพิพากษา ดร.อนุศาสตร์ สอนศิลพงศ์ ประธานกรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ได้ออกมาชี้แจงว่า “เรียนพี่น้องครอบครัวสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด ที่รักและเคารพทุกท่าน วันนี้คณะกรรมการและที่ปรึกษาทางชมรมสมาชิกสหกรณ์ฯ ได้มาที่ศาลจังหวัดขอนแก่น ขอกราบเรียนว่า ในคดียักยอกทรัพย์และปลอมเอกสาร มีอยู่ 2 เลขคดี เลขคดีแรกคือคดี 258/64 ซึ่งมีพนักงานอัยการจังหวัดเป็นโจทก์ และมีนายเอกราชเป็นจำเลย ศาลได้พิพากษาจำคุกจำเลย 5 ปี 93 เดือน ขณะนี้อยู่ในระหว่างการอุทธรณ์ วันนี้เป็นคดี อ 89/64 ซึ่งพนักงานอัยการจังหวัดเป็นโจทก์ มีจำเลยคือ นายนพรัตน์ นายสมศักดิ์ นายนิวัฒร และนางวราภรณ์
ซึ่งศาลชั้นต้นยกฟ้องทุกคน แต่ศาลอุทธรณ์ในคดี อ 29/68 ได้พิพากษากลับ ให้จำคุกจำเลยที่ 1-3 คนละ 20 ปี และจำคุกนางวราภรณ์ 10 ปี พร้อมให้บุคคลเหล่านี้ร่วมชำระเงินให้กับสหกรณ์ร่วมกับคดี 258 กับนายเอกราช เป็นเงินกว่า 405 ล้านบาทเศษ สหกรณ์ฯ จะดำเนินการในคดีแพ่งเพื่อให้ได้ทั้งต้นและดอกให้กับพี่น้องสมาชิกต่อไป นำความเคลื่อนไหวมาแจ้งให้ทราบ”
รายงานระบุว่า ยังมีคดีแพ่งอีก 2 คดีที่เกี่ยวข้องกับการติดตามเงินเหลือจ่ายที่ถูกเบิกไปโดยมิชอบ ได้แก่ คดีหมายเลขดำที่ พE 340/2568 สหกรณ์ฯ ฟ้องนายเอกราช นางอาภรณ์ และนายนพรัตน์ เรียกคืนเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยรวมกว่า 8.53 ล้านบาท และคดีหมายเลขดำที่ พE 341/2568 ฟ้องนายเอกราช นางอาภรณ์ และนายทรงยศ เรียกคืนเงินรวมกว่า 8.72 ล้านบาท
โดยทั้งสองคดี ศาลจังหวัดขอนแก่นนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 09.00 น. และ 13.00 น. ตามลำดับ ซึ่งจะมีการรายงานความคืบหน้าให้ทราบต่อไป
ที่มา เรื่องเล่าเช้านี้

