รวบแก๊งโกงบัตรเครดิต หลอกเพิ่มวงเงิน รูดซื้อสินค้าหรู เสียหายกว่า 18 ล้าน
เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 23 มกราคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. , พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์ ผบก.ปอศ. , พ.ต.อ.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.ภัทราวุธ อ่อนช่วย รอง ผบก.ปอศ., พ.ต.อ.กริช วรทัต ผกก.5 บก.ปอศ. ร่วมกันแถลงข่าว รวบแก๊งโกงบัตรเครดิต หลอกเพิ่มวงเงินบัตรเครดิต ก่อนนำไปใช้รูดซื้อสินค้าราคาสูง สร้างความเสียหายรวมกว่า 18 ล้านบาท
พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ กล่าวว่า เมื่อเดือนมกราคม 2567 สถาบันการเงินแห่งหนึ่งเข้ามาแจ้งความ กับ กก.5 บก.ปอศ. เพื่อให้ตรวจสอบความผิดปกติจากกลุ่มผู้ถือบัตรเครดิตกลุ่มหนึ่ง ที่มีพฤติกรรมขอเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตให้สูงนำไปซื้อสินค้าและไม่ชำระเงินค่าบัตรเครดิต ไม่สามารถติดต่อเงินเก่าได้กว่า 18 ล้านบาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการสืบสวนจนสามารถทราบกลุ่มที่ก่อเหตุ จึงนำจะเข้าตรวจค้น 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร,จ.ปทุมธานี,จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 22 มกราคม ที่ผ่านมา สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 5 ราย คือ นายนันธวัฒน์ชัย(สงวนนามสกุล) หรือ “ป๋านาย” อายุ 62 ปี หัวหน้าขบวนกา ,นายณัฐกร (สงวนนามสกุล) อายุ 55 ปี ,นางสาวพรานภัส (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี ,นางสาวกนกพร (สงวนนามสกุล) อายุ 41 ปี ,นางสาวกิริญา (สงวนนามสกุล) อายุ 46 ปี

ในความผิด “ร่วมกันเอาไปเสีย ซึ่งเอกสารใดของผู้อื่นโดยมิชอบในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น และร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น โดยเป็นการกระทำเกี่ยวกับบัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่ผู้ออกได้ออกให้แก่ผู้มีสิทธิใช้เพื่อใช้ประโยชน์ในการชำระ”
จากพฤติการณ์ พบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ โดยใช้สื่อสังคมออนไลน์ Facebook โพสต์โฆษณาชักชวนผู้ถือบัตรเครดิต อ้างว่าสามารถช่วยเพิ่มวงเงินบัตรเครดิตได้ เมื่อผู้เสียหายสนใจ จะให้ติดต่อส่วนตัว และเสนอส่วนแบ่งประมาณร้อยละ 10 จากนั้นกลุ่มคนร้ายจะนำข้อมูลบัตรเครดิตไปแอบอ้างเป็นเจ้าของบัตร ติดต่อธนาคารเพื่อขอเพิ่มวงเงิน โดยใช้วิธีฝากเช็ค ค้ำประกันในการขอเพิ่มวงเงิน และจะเลือกฝากในช่วงวันศุกร์ อาศัยช่องว่างวันหยุดธนาคาร ระหว่างที่ธนาคารยังไม่เรียกเก็บเงิน กลุ่มคนร้ายจะนำบัตรเครดิตไปใช้รูดซื้อทรัพย์สินต่าง ๆ เช่น ทองคำ อัญมณี และสินค้าราคาสูงจากห้างสรรพสินค้า ก่อนนำมาแบ่งผลประโยชน์กัน

พ.ต.อ.กริช กล่าวเพิ่มเติมว่า ป๋านาย ที่เป็นผู้ต้องหา เป็นคนคิดเห็นช่องว่างของธนาคาร โดยจะใช้เช็คปลอม ที่ปลอมลายเซ็นของบริษัทที่ 1 ในขบวนการเคยทำงาน เมื่อเพิ่มวงเงินได้ก็จะนำรูดซื้อทอง และบัตรกำนัลต่างๆ ที่แลกเป็นเงินสด มูลค่าความเสียหายรวม 18,485,000 บาท
นอกจากนี้ยังมี ผู้เสียหายบางรายที่ยินยอมให้ผู้กระทำความผิดดำเนินการเพื่อแลกกับเปอร์เซ็นต์ที่ตกลงกัน เรามีการดำเนินคดีแยกไว้อีกสำนวนแล้ว รวมถึงเรามีการขยายผลเพราะเชื่อว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการอีก
สำหรับของกลางที่ยึดของกลางได้รวม 10 รายการ ได้แก่ เงินสด 555,000 บาท,ทองคำแท่งและทองรูปพรรณ น้ำหนักรวม 7 บาท,เช็คเงินสดปลอม 21 ใบ มูลค่ารวมกว่า 123 ล้านบาท,บัตรอิเล็กทรอนิกส์ 9 ใบ,สมุดเช็คเงินสด 3 เล่ม,สมุดบัญชีธนาคาร 9 เล่ม,สมุดบันทึกรายการสั่งจ่ายเช็ค 2 เล่ม,โทรศัพท์มือถือ 13 เครื่อง,ตรายางนิติบุคคล 17 ชิ้น และเอกสารใบเสร็จโอนเงินอีก 40 ฉบับ



