รวบเจ้าแม่โคเคนรายใหญ่ ของกลางเพียบ ทำมาเป็น 10 ปี หลักฐานชัด ลูกค้าไฮโซเพียบ

24.01.26 | 13:14 น.

รวบเครือข่ายแก๊งค้าโคเคนผิวสี พบของกลางเพียบ หนึ่งในผู้ต้องหาให้การรับสารภาพทำมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว ส่วนใหญ่ลูกค้าเป็นไฮโซ

เมื่อวันที่ 24 มกราคม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.สมประสงค์ เย็นท้วม ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส., พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น., พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.นพสิทธิ์ มิตรภักดี ผบก.ปส.1, พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น., บก.สส.บช.น., บช.ปส. และบูรณาการร่วมกับ พันตํารวจตรี สุริยา สิงหกมล เลขา ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. นำโดย นายปฤณ เมฆานันท์ ผอ.ปปส.กทม., นายอดิเรก อ่อนละมูล ผอ.บก. นายคณิศร ภาพีรนนท์ ผู้อำนวยการสำนักปราบปรามยาเสพติด, นายจารุวัฒน์ ทองแจ้ง ผอ.ปป.1 ร่วมสนธิกำลังเพื่อปฏิบัติการ สืบสวนติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งสิ้น 4 ราย ดังนี้

1.นางกัญญ์พพัชญ์ หรือน้ำ อายุ 38 ปี จับกุมเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 20.30 น.
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

2.นายพิชชากร หรือหนึ่ง อายุ 25 ปี จับกุมเมื่อวันที่ 23 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 23.55 น.
โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน”

3.นายศุภเสถียร หรือต้า อายุ 43 ปี จับกุมเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 19.40 น.
โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

Advertisement

4.นางสาวชนัญชิดา หรือแพร อายุ 19 ปี ถูกจับกุมที่บริเวณล็อบบี้ คอนโดสาทร แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2569 เวลาประมาณ 20.50 น.
โดยกล่าวหาว่า “มียาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต”

ตรวจยึดของกลางหลายรายการ ดังนี้
1.ยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) รวมทั้งสิ้น 250.57 กรัม
2.อุปกรณ์แพคซีลแบบดูดอากาศ
3.ถุงกระดาษหีบห่อเพื่อจัดส่ง จำนวนมาก

ตรวจยึดทรัพย์สินหลายรายการดังนี้
1.เงินสด 350,968 บาท
2.อายัดเงินสดในบัญชี 502,980 บาท
3.ทองคำแท่ง 10 แท่ง ราคาประมาณ 700,000 บาท
4.สร้อยคอทองคำ 3 เส้น ราคาประมาณ 617,500 บาท
5.สิ่งของแบรนด์เนม 30 ชิ้น รวมมูลค่าประมาณ 621,570 บาท
6.รถตู้ TOYOTA รุ่น ALPHARD HYBRID ราคาประมาณ 2,000,000 บาท
7.รถยนต์ MAZDA รุ่น CX-30 ราคาประมาณ 800,000 บาท
8.รถยนต์ MAZDA รุ่น 2 ราคาประมาณ 600,000 บาท
รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจเปิดปฏิบัติการ “ช่างปูน” บุกทลายเครือข่ายแก๊งผิวสีย่านนานา สามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวผิวสี สัญชาติไนจีเรีย 9 ราย และตรวจยึดของกลางหลายรายการ ซึ่งต่อมา พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. ร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุด ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น. และ บช.ปส. ขยายผลกลุ่มชาวผิวสีอย่างต่อเนื่อง “แกะรอย 3 เดือน” ตามล่าต้นตอผงขาวในเงามืด จนได้พบกับ “หญิงไทยรายหนึ่ง” เป็นภรรยาชายชาวไนจีเรียและเป็นตัวการสำคัญในขบวนการค้าโคเคน

ระหว่างที่ชุดสืบสวนทำการสืบสวนขยายผลต่อ ได้พบเบาะแสว่าหญิงไทยรายนี้ค้าขายโคเคนมาเป็นเวลาราว 10 ปี แต่ยังไม่เคยถูกจับกุม ทั้งนี้ด้วยเทคนิคการดำเนินธุรกิจแบบพิเศษ จนกลายเป็นระดับเจ้าแม่โคเคนในเมืองไทย

กระทั่งวันที่ 23 มกราคม 2568 เจ้าหน้าที่ ศอ.ปส.ตร., ศอ.ปส.บช.น., บก.สส.บช.น., บช.ปส. และ ป.ป.ส.กทม.สะกดรอยติดตามเจ้าแม่รายนี้ขณะออกตระเวนส่งโคเคนให้กับกลุ่มลูกค้าไฮโซด้วยตนเอง โดยเข้าจับกุมตัว นายศุภเสถียรและ น.ส.ชนัญชิดา ขณะเดินมารับยาโคเคนที่เจ้าแม่รายนี้ทิ้งไว้ให้ หลังจับกุมตัวชุดสืบสวนได้ขยายผลจนทราบข้อมูลว่าเจ้าแม่รายนี้ยังมีลูกสมุนอีก 1 ราย คอยตระเวนขับรถส่งยาเสพติดให้ พล.ต.ต.ธีรเดชจึงได้นำกำลังติดตามไป ไปจนกระทั่งสามารถจับกุมตัว นายพิชชากร ลูกสมุนมือขวาของเจ้าแม่โคเคน พร้อมของกลางโคเคน 27 ซอง น้ำหนัก 33.51 กรัม พร้อมเงินสดจำนวน 95,000 บาท

โดยสมุนมือขวารับสารภาพว่าเป็นเงินที่ได้จากการวิ่งส่งยาเสพติดให้กับเจ้าแม่ ไม่ทันข้ามวันชุดสืบสวนได้ขยายผลการจับกุมจนกระทั่งสามารถจับกุมตัว นางกัญญ์พพัชญ์ เจ้าแม่โคเคนรายนี้ได้สำเร็จ โดยพบของกลางโคเคนที่รถยนต์จำนวน 10 ซอง และได้ขยายผลการจับกุมไปตรวจค้นห้องพักในคอนโดหรูย่านบางพลี จ.สมุทรปราการ พบของกลางอีกกว่า 210 กรัม โดยจากการขยายผลทำการตรวจค้นทั้งคอนโดและที่พัก ชุดสืบสวนทำการยึดทรัพย์สินได้เป็นจำนวนมาก เช่น เงินสด, ทองคำแท่ง, สร้อยคอทองคำ, ของแบรนด์เนม, รถตู้อัลฟาร์ด, รถยนต์ 2 คัน และอายัดเงินในบัญชี รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดทั้งสิ้น ราคาประมาณ 6,288,018 บาท

และที่ทำให้ชุดสืบสวนต้องตกใจคือสมุดบัญชีการซื้อขายยาเสพติด ที่เจ้าแม่รายนี้ทำการจดบันทึกไว้อย่างละเอียดในห้วงหลายปีที่ผ่านมา พบข้อมูลลูกค้าเป็นกลุ่ม “ไฮโซ” หลายราย โดยหลังการจับกุม พล.ต.ต.ธีรเดชได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง และทรัพย์สินที่ตรวจยึด นำมาขยายผลที่ ศอ.ปส.บช.น. ก่อนจะนำตัวส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ในชั้นจับกุม นางกัญญ์พพัชญ์ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่า “อดีตสามีของตนเองเป็นชาวไนจีเรีย ซึ่งมีบุตรด้วยกัน 1 คน โดยสามีจะเป็น 1 ใน แก๊งชาวผิวสี ที่ชอบรวมกลุ่มอยู่บริเวณ ถนนรามคำแหง รายได้และทรัพย์สินที่มีนั้นมาจากการขายยาเสพติด ตนเองขายมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว โดยส่วนใหญ่ลูกค้าจะเป็นกลุ่มคนมีฐานะ เพราะโคเคนนั้นเป็นสิ่งที่หายากในประเทศไทย เพราะไม่สามารถผลิตได้ในประเทศเพื่อนบ้าน ราคาจึงแพงกว่ายาเสพติดทั่วไป และตนมีความสัมพันธ์กับชาวไนจีเรียและรู้จักหลายคน สามารถหาโคเคนจากชาวผิวสีได้ในราคาต้นทุกต่ำ ตนจึงถือเป็นคนไทยที่ค้าโคเคนรายใหญ่”

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า คดีนี้เป็นการขยายผลการจับกุมจากแก็งโคเคนผิวสี โดยใช้หญิงไทยเป็นหัวจ่าย ตามชุมชนเมือง คอนโด หมู่บ้านหรูในพื้นที่กรุงเทพฯ การจับกุมครั้งนี้เป็นการบูรณาการร่วมทุกหน่วยงานปราบปรามยาเสพติดในกรุงเทพฯ ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติดหรือบุคคลต้องสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน 1599 หรือ 191 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะถูกเก็บรักษาเป็นความลับอย่างเคร่งครัด