DSI ค้นบ้านพัก เจ้าหน้าที่ระดับสูง กฟภ. เอื้อประโยชน์แก๊งขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ตั้งแต่ปี 2567
เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 26 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ ชั้น 1 ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมด้วย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ต.จตุพล บงกชมาศ รองอธิบดีดีเอสไอ , ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผู้อำนวยการกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ และ นายมงคล ตรีกิจจานนท์ ผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร่วมแถลงผลการปฏิบัติการกวาดล้างขบวนการลักลอบทำเหมืองขุดเงินดิจิทัลโดยผิดกฎหมาย และพัวพันกับเจ้าหน้าที่รัฐหลายระดับ

พล.ต.ท.รุทธพล เปิดเผยว่า สืบเนื่องเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2568 ได้มีการเปิดปฏิบัติการ “Operation Copperhead” โดยกำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด และขยายผลไปถึงเครือข่ายทั้งหมด รวมถึงผู้มีอิทธิพลและผู้ที่อยู่เบื้องหลังการกระทำความผิด ต่อมา วันที่ 19 มกราคม 2569 ดีเอสไอ ขยายผลภายใต้ปฏิบัติการ Clean House ตรวจค้นเครือข่ายลักลอบใช้ไฟฟ้าเพื่อขุดเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ยึดเครื่องขุดเงินดิจิทัลจำนวน 3,642 เครื่อง พบพยานหลักฐานสำคัญที่เชื่อมโยงถึงกลุ่มนายทุนและเจ้าหน้าที่รัฐ จนนำไปสู่การขอศาลออกหมายค้น 7 เป้าหมาย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรสาคร
พ.ต.ต.ยุทธนา เปิดเผยว่า สำหรับผลการตรวจค้น วันที่ 19 มกราคม พบหลักฐานเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า 4 ราย 1.ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ 2.รองผู้จัดการระดับเขต 3.พนักงานช่าง 4.อดีตพนักงานฝ่ายบริการ (เกษียณอายุ) ซึ่งยังมีตำแหน่ง 3 ราย ระดับบริหารและปฏิบัติการ (ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และรองผู้จัดการเขตระดับพื้นที่) ส่วนอีก 1 ราย เกษียณราชการ 2568
มีพฤติการณ์ใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบ เอื้อประโยชน์ให้แก่ขบวนการเหมืองบิตคอยน์เถื่อน ทั้งการจัดหาโกดัง อำนวยความสะดวกด้านไฟฟ้าและหม้อแปลง ตรวจสอบโหลดไฟ รวมถึงรับผลประโยชน์เป็นรายเดือนตั้งแต่หลักแสนถึงประมาณ 4 แสนบาท โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์พกพา และสมุดบัญชีธนาคาร ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการเชื่อมโยงเส้นทางการเงิน และการทุจริตการสืบสวนยังพบความเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มนายทุนและเครือข่ายจีนเทา รวมถึง บุคคลที่ต้องสงสัยว่าพยายามแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
โดยตรวจยึดพยานหลักฐานจำนวนมาก อาทิ โทรศัพท์มือถือหลายเครื่อง คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกภาพจากกล้องวงจรปิด และเอกสารทางคดีจำนวนมาก ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการร่วมมือกันเป็นขบวนการอย่างเป็นระบบ


ส่วนทาง ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยว่า ล่าสุด เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเข้าตรวจค้นบ้านพักของผู้บริหารระดับผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้าฯ จำนวน 3 จุด ใน จ.นครปฐม และ จ.ชลบุรี ผลจากการตรวจค้นพบเงินสดและหลักฐานการนำเงินฝากเข้าธนาคาร รวมมูลค่ากว่า 15,770,000 บาท พร้อมสมุดบัญชีธนาคาร 10 เล่ม โดยพบว่ารายได้ที่ตรวจสอบได้ไม่สอดคล้องกับทรัพย์สินที่ครอบครอง ซึ่งเข้าข่ายการร่ำรวยผิดปกติ นอกจากนี้ พบหลักฐานหลักเป็นเส้นทางการเงิน ตั้งแต่ปี 2567
ร.ต.อ.เขมชาติ เปิดเผยอีกว่า จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกรายอย่างเสมอภาค ไม่ละเว้นแม้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐหรือผู้มีตำแหน่งหน้าที่ พร้อมเร่งรัดสำนวนส่งให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และหากตรวจพบว่ามีเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นใดเกี่ยวข้อง จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาความโปร่งใสและความเชื่อมั่นของประชาชนต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
ขณะที่ นายมงคล กล่าวเสริมว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคกับดีเอสไอ ร่วมตรวจสอบผู้ลักลอบใช้ไฟฟ้าลักลอบขุดเมืองบิทคอยน์ผิดกฎหมาย ทำให้การไฟฟ้าได้รับความเสียหายหลาย 1,000 ล้านบาท ส่วนเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้สั่งให้พักราชการไว้ก่อน พร้อมตั้งกรรมการขึ้นมาสอบสวนทางวินัย




