บุกคอนโดหรูพระราม 3 ยึดบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 3 ล้าน รวบ 2 ลูกจ้างเครือข่ายค้าของเถื่อน

28.01.26 | 12:03 น.
บุหรี่ไฟฟ้า

บุกคอนโดหรูพระราม 3 ยึดบุหรี่ไฟฟ้ากว่า 3 ล้าน รวบ 2 ลูกจ้างเครือข่ายค้าของเถื่อน 

ตำรวจนครบาลเปิดปฏิบัติการบุกทลายแหล่งซุกซ่อนบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบผิดกฎหมาย ภายในคอนโดมิเนียมหรูย่านพระราม 3 ตรวจยึดของกลางกว่า 23 รายการ มูลค่ารวมกว่า 3 ล้านบาท พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย รับสารภาพทำหน้าที่กระจายสินค้าให้เครือข่ายออนไลน์ ได้ค่าจ้างเดือนละ 20,000 บาท

เมื่อวันที่ 28 มกราคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุดสืบสวน สว.กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน 3 บก.สส.บช.น (ชุดปฏิบัติการที่ 3/4) เข้าตรวจค้นห้องพักภายใน คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งย่านพระรามที่ 3 หลังสืบทราบว่าเป็นจุดพักและกระจายสินค้าผิดกฎหมายประเภทบุหรี่ไฟฟ้า เมื่อวันที่ 27 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 09.20 น.ที่ผ่านมา

การเข้าตรวจค้นเป็นไปตามหมายค้นศาลภาษีอากรกลางที่ 36/2569 ลงวันที่ 26 มกราคม 2569 ผลการตรวจค้นพบ นายพฤทธิเดช อายุ 49 ปี แสดงตัวเป็นผู้พักอาศัยภายในห้อง เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายค้นและดำเนินการตรวจสอบ พบของกลางเป็นจำนวนมากซุกซ่อนอยู่ภายในห้องพัก

ระหว่างการตรวจค้น นายนพดล อายุ 28 ปี ได้เดินเข้ามาภายในห้อง เมื่อพบเจ้าหน้าที่ตำรวจมีอาการพิรุธ เจ้าหน้าที่จึงแสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจและเข้าตรวจค้นเพิ่มเติม ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองไว้สอบสวน

Advertisement

จากการตรวจยึดของกลาง พบเครื่องบุหรี่ IQOS จำนวน 16 เครื่อง ตัวบุหรี่ IQOS Tera กว่า 183,800 ตัว บุหรี่ไฟฟ้าชนิดพร้อมสูบ 798 เครื่อง เครื่องบุหรี่ไฟฟ้าอีก 202 เครื่อง หัวน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 1,704 หัว พร้อมอุปกรณ์แพคและจัดส่งสินค้า รวมถึงรถยนต์ยี่ห้อ Mitsubishi Pajero สีเทา ใช้เป็นพาหนะกระจายสินค้า รวมมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายพฤทธิเดชให้การรับสารภาพว่า ตนเองและนายนพดล ทำหน้าที่จัดส่งบุหรี่ไฟฟ้าให้ลูกค้าตามคำสั่งนายจ้าง ใช้รถยนต์ในการส่งสินค้าและรับค่าจ้างเดือนละประมาณ 20,000 บาท โดยยอมรับว่าทราบดีว่าสินค้าดังกล่าวเป็นของผิดกฎหมาย

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา “ร่วมกันจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าและน้ำยาเติม ฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ร่วมกันครอบครองและจำหน่ายสินค้าที่ลักลอบนำเข้าและไม่เสียภาษีตามกฎหมายศุลกากรและสรรพสามิต” ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฎหมาย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลสืบสวนถึงตัวการใหญ่และเครือข่ายที่อยู่เบื้องหลังการลักลอบค้าบุหรี่ไฟฟ้าผ่านสื่อออนไลน์ ซึ่งคาดว่ายังมีผู้เกี่ยวข้องอีกหลายราย