กลุ่มสว.สำรอง ยื่นหนังสือดีเอสไอ เร่งเครื่องคดีพิเศษ 24/2568 ล้างบางขบวนการฮั้วเลือก สว. หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชัด
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 28 มกราคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ถนนแจ้งวัฒนะ กลุ่มสมาชิกวุฒิสภาสำรอง นำโดย พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว พร้อมคณะ เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิบดีดีเอสไอ เพื่อเรียกร้องความรับผิดชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และดีเอสไอ ให้เร่งรัดการดำเนินคดีกรณีการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาโดยมิชอบ ซึ่งเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติ
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 21 มกราคม ที่ผ่านมา ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยกรณี 92 สว. ฟ้องนายภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ว่ามีการแทรกแซงคดีพิเศษที่ 24/2568 (คดีอั้งยี่-ฟอกเงินฮั้ว สว.) ซึ่งผลการวินิจฉัยชี้ชัดว่าทั้งสองท่านมิได้กระทำผิดจริยธรรมและไม่ได้แทรกแซงกระบวนการยุติธรรม
อีกทั้งศาลยังยืนยันว่าการดำเนินการของดีเอสไอและคณะกรรมการคดีพิเศษเป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมายทุกประการ เมื่อศาลให้ความเป็นธรรมและยืนยันว่ากระบวนการสอบสวนเป็นไปตามหลักนิติรัฐแล้ว ดีเอสไอจึงไม่มีเหตุให้ต้องลังเลใจอีกต่อไป ต้องเร่งดำเนินการกับขบวนการนี้อย่างถึงที่สุด
โดยปัจจุบันพบสภาพปัญหาการประสานงานระหว่าง ดีเอสไอ และ กกต. ในลักษณะต่างฝ่ายต่างรอข้อมูลกัน จนทำให้คดีล่าช้า ทั้งที่ทั้งสองเรื่องมีความเกี่ยวพันกันอย่างแยกไม่ออก โดยล่าสุดทราบว่าทางพนักงานอัยการได้ตีคืนสำนวนคดีฟอกเงินที่มีผู้ต้องหา 8 รายก่อนหน้านี้ เพื่อให้ดีเอสไอสอบสวนเพิ่มเติม โดยเฉพาะการแจ้งข้อหา “อั้งยี่” ซึ่งเป็นข้อหาหลัก และให้รวบรวมพยานหลักฐานเส้นทางการเงินที่คาดว่าจะมีผู้เกี่ยวข้องมากกว่า 8 คน
ทั้งนี้ กลุ่ม สว.สำรอง ได้ออกแถลงการณ์ 4 ข้อสำคัญ ประกอบด้วย
1. ให้ กกต. เร่งวินิจฉัยคดีคัดค้านการเลือก สว. ที่ไม่สุจริตอย่างโปร่งใส ไม่ล่าช้า
2. ให้ดีเอสไอเร่งรัดคดีอาญาที่ 24/2568 โดยเฉพาะฐานความผิดอั้งยี่และฟอกเงิน
3. ขอเรียกร้องให้ สว. ที่มีชื่อเกี่ยวข้อง 138 คน ลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบทางการเมืองและจริยธรรม หลังข้อเท็จจริงปรากฏต่อสาธารณะว่ามีส่วนได้เสียจากกระบวนการที่ไม่ชอบธรรม
4. จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ มีเหตุอันควรสงสัยว่าการกระทำของสมาชิกวุฒิสภา 92 คนที่เป็นผู้ร้อง อาจอยู่บนพื้นฐานของความไม่ซื่อสัตย์สุจริต และเป็นการใช้กลไกรัฐธรรมนูญเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ อันอาจเข้าข่ายการแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร
พล.ต.ท.คำรบ กล่าวอีกว่า ยังได้ตั้งข้อสังเกตถึงความล่าช้าของ กกต. โดยเฉพาะสำนวนชุดที่ 26 ที่ส่งไปตั้งแต่ 17 ก.ย. 2568 ซึ่งล่วงเลยกรอบเวลา 90 วันมานานแล้วแต่ยังไม่มีความคืบหน้า ล่าสุดทางกลุ่มฯ ได้ยื่นฟ้อง กกต. ชุดเก่า 8 ราย ต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบ ในความผิดตาม ม.157 แล้ว ซึ่งศาลอยู่ระหว่างสั่งให้ กกต. ชี้แจงข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พวกเราไม่ได้เคลื่อนไหวเพื่อหวังตำแหน่ง แต่เพื่อแก้ไขความบิดเบี้ยวของบ้านเมือง คดีนี้จะจบลงเงียบ ๆ ไม่ได้ ต้องมีการตรวจสอบให้ถึงที่สุดเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นของประชาชน


