ระทึก!! รวบ ‘อ้วน ท่าน้ำเทเวศน์’ ขนระเบิดสังหารใส่รถ เตรียมขว้าง ‘เน วัดดาว’ หลังวิวาทออนไลน์

28.01.26 | 16:05 น.

ตำรวจดส. สกัดจับสุดระทึก รวบ “อ้วน ท่าน้ำเทเวศน์” ขนระเบิดสังหาร 4 ลูกใส่รถ เตรียมขว้างใส่ “เน วัดดาว” ที่บ้านพัก หลังทะเลาะกันในโลกโซเชียล เจอแจ้ง 3 ข้อหาหนัก

เมื่อวันที่ 28 ม.ค. ภายใต้อำนวยการ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. สั่งการให้กวดขันจับกุมเหตุอาชญากรรมและสิ่งผิดกฎหมาย โดย พ.ต.อ.ศุภชัย ชัยสุวรรณ ผกก.ดส.บช.น. พ.ต.ท.ปียรัช เวสสะโกศล รอง ผกก.ดส.ดส.บช.น. พ.ต.ท.จักรี นารีผล สว.กก.ดส. นำกำลังตำรวจ กก.ดส.บช.น. ชุดปฏิบัติการที่ 1 ออกตรวจได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า จะมีเหตุรวมตัวทะเลาะวิวาท บริเวณซอยอรุณอมรินทร์ 45 แขวงอรุณอมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กทม. จึงประสานตำรวจ สน.สามเสน นำกำลังไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบชายไทยทราบชื่อต่อมา คือ นายมานะ แก้วสง่า หรือฉายา “อ้วน ท่าน้ำเทเวศน์” กำลังยืนมีปากเสียงกับกลุ่มวัยรุ่นที่หน้าบ้านอินฟลูเอนเซอร์สายคุกชื่อดัง “เน วัดดาว” จึงได้ขอทำการตรวจค้น เบื้องต้นไม่พบสิ่งของผิดกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจค้นรถยนต์ที่นายมานะขับมาด้วยถึงกับตะลึงเมื่อพบ ระเบิดชนิดสังหาร M-67, M-61, M-26 และ GR73 จำนวน 4 ลูก จึงประสานตำรวจกองกำกับการเก็บกู้วัตถุระเบิดมาทำการตรวจสอบเก็บกู้อย่างเร่งด่วน

จากการสอบสวน นายมานะให้การว่า ระเบิดที่พบนั้นเป็นของตนจริง ได้เตรียมมาเพื่อปาใส่ “เน วัดดาว” คู่กรณีที่ทะเลาะกับตนในโลกโซเชียล แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมเสียก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อหา “ครอบครองวัตถุระเบิดโดยไม่ได้รับอนุญาต” ทำการควบคุมตัวพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.บางยี่ขัน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

มีรายงานข่าวเพิ่มเติมว่า ส่วน สาเหตุทะเลาะวิวาทครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากการหักสิ่งของผิดกฎหมายบางอย่าง จนออกตามล่าหาตัว “เน วัดดาว” จนกระทั่งไปพบบ้านพัก และเตรียมระเบิดมาเพื่อจะปาใส่ หวังสังหารคนในแก๊งทั้งหมด แต่มาถูกเจ้าหน้าที่ กก.ดส.ดส.บช.น.สกัดจับได้ก่อนเกิดเหตุโศกนาฏกรรมใหญ่

นอกจากนี้จากการตรวจสอบประวัตินายมานะ พบว่ามีหมายจับติดตัว 3 หมาย ประกอบด้วย 1.หมายจับศาลอาญา ที่ 6512/2568 ลงวันที่ 6 พ.ย.68 ในข้อหา “ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใดหรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ชื่อเสียงของผู้ถูกข่มขืนใจนั้นหรือโดยใช้กำลังประทุษร้าย จนผู้ถูกข่มขืนใจต้องกระทำการนั้น ไม่กระทำการนั้นหรือจำยอมต่อสิ่งนั้น กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปี โดธขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ มีอาวุธปืนไว้ในครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพาอาวุธ(ปืน)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยและโดยไม่มีเหตุสมควร” ของ สน.สามเสน

2.หมายจับศาลอาญา ที่ 6513/2568 ลงวันที่ 6 พ.ย.68 ในข้อหา “ร่วมกันชิงทรัพย์โดยมีและใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมในเวลากลางคืน โดยร่วมกระทำความผิดด้วยกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป มีอาวุธปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนและพาอาวุธ(ปืน)ไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาตและโดยไม่มีเหตุสมควร” ของ สน.สามเสน

และ 3.หมายจับศาลอาญา ที่ 70/2568 ลงวันที่ 31 มกราคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “สมคมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติด ข้อหาร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเทท 3 (เมทแอมแฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าโดยผิดกฎหมาย และได้มีการกระทำความผิดร้ายแรงเกี่ยวกับยาเสพติดเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน
จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมแฟตามีนหรือยาบ้า) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่าย อันเป็นการกระทำเพื่อการค้า” หมายจับของ สน.ชนะสงคราม