ศาลฎีกาไม่ให้ประกัน ไผ่-ครูใหญ่ ครั้งที่ 5 คดี ม.112 แม้ยื่นคำร้องยินยอมติดกำไล EM วางเงินคนละ 5 แสน รวมถูกคุมขังกว่า 4 เดือน
เมื่อวันที่ 29 มกราคม ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน รายงานกรณีทนายความและนางพริ้ม บุญภัทรรักษา แม่ของ นายจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา หรือ ไผ่ ยื่นคำร้องขอประกันตัวไผ่ และ นายอรรถพล บัวพัฒน์ หรือ ครูใหญ่ เมื่อวันที่ 27 มกราคม ต่อศาลจังหวัดภูเขียว โดยทั้งสองรายผู้ต้องขังในคดีมาตรา 112 และมาตรา 116 จากกรณีปราศรัยประเด็นปฏิรูปสถาบันในการชุมนุมหน้าโรงเรียนภูเขียวและ สภ.ภูเขียว เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564
ศูนย์ทนายความฯระบุว่า ไผ่และครูใหญ่ถูกคุมขังในชั้นฎีกาตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2568 หลังจากศาลอุทธรณ์ภาค 3 มีคำพิพากษายืนตามศาลจังหวัดภูเขียวว่าทั้งสองมีความผิดตามมาตรา 112 โดยให้จำคุกไผ่ 2 ปี 12 เดือน และจำคุกครูใหญ่ 2 ปี ส่วนข้อหาตามมาตรา 116, พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และใช้เครื่องขยายเสียงโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลพิพากษายกฟ้อง อย่างไรก็ตาม ต่อมาศาลฎีกาไม่อนุญาตให้ทั้งสองประกันตัวในชั้นฎีกา
การยื่นคำร้องขอประกันตัวในครั้งนี้เป็นครั้งที่ 5 นับตั้งแต่ถูกคุมขังมากว่า 4 เดือน ก่อนหน้านี้ทั้งสองคนได้ยื่นฎีกาคัดค้านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 3 เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2568 พร้อมทั้งยื่นคำร้องขอประกันตัว แต่ศาลฎีกามีคำสั่งยกคำร้อง โดยเห็นว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม
ขณะที่คำร้องขอประกันตัวครั้งนี้ ระบุขอให้ศาลพิจารณากำหนดเงื่อนไขประกันตัวหากเกรงว่าจำเลยจะหลบหนี เพื่อให้จำเลยทั้งสองปฏิบัติตาม ได้แก่ ให้มาศาลตามกำหนดนัด, ห้ามเดินทางออกนอกประเทศหรือออกนอกพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง, ห้ามออกจากที่อยู่อาศัย, การเปลี่ยนหรือย้ายที่อยู่อาศัยต้องแจ้งให้ศาลทราบ, ห้ามเข้าไปในสถานที่บางแห่ง, ให้รายงานตัวต่อผู้กำกับดูแลเจ้าพนักงานหรือบุคคลที่ศาลกำหนด
ทั้งนี้ ยังขอวางหลักประกันจำเลยทั้งสองคนละ 500,000 บาท พร้อมยินยอมหากศาลมีคำสั่งให้สวมใส่กำไลติดตามตัวแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EM) เพื่อเป็นหลักประกันที่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองหากได้รับการประกันตัวในชั้นฎีกาจะไม่หลบหนี
คำร้องยังอ้างถึงมาตรา 29 ของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยทั้งสองไม่มีความผิด ก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุด ซึ่งจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนว่ากระทำความผิดไม่ได้ ให้ศาลพิจารณาการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาและจำเลยทั้งสองในคดีอาญาที่ต้องการให้กระบวนการยุติธรรมเป็นไปอย่างเป็นธรรมและเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และให้ศาลพิจารณาเปลี่ยนแปลงคำสั่งในการให้ประกันตัวแก่จำเลยทั้งสองในชั้นฎีกา เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและเป็นธรรม
ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน ศาลจังหวัดภูเขียวมีคำสั่งส่งคำร้องขอประกันตัวให้ศาลฎีกาพิจารณา
ต่อมาเวลา 16.45 น. วันที่ 28 มกราคม ศาลฎีกามีคำสั่งระบุ พิเคราะห์เหตุผลตามคำร้องประกอบของจำเลยที่ 1 และที่ 2 แล้ว ไม่มีเหตุอันสมควรที่จะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จึงไม่อนุญาต ให้ยกคำร้อง เป็นผลให้ทั้งไผ่และครูใหญ่ต้องถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานครต่อไป

