​ทนายรณณรงค์ พาผู้เสียหายร้องกองปราบ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อุ้มปล้นเงินกลางปั๊ม กระบี่

30.01.26 | 14:34 น.

​ทนายรณณรงค์ พาผู้เสียหายร้องกองปราบ ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์ อุ้มปล้นเงินกลางปั๊มกระบี่ ฉุนยกเลิกสัญญาซื้อรถ

เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69 นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พานางสาวบี (นามสมมุติ) อายุ 37 ปี เซลส์ขายรถมือสอง เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ธนวัฒน์ หิ้นยกฮิ่น ผกก.5 บก.ป. เพื่อร้องขอความเป็นธรรมและขอความคุ้มครอง หลังถูกกลุ่มชายฉกรรจ์พยายามอุ้มขึ้นรถและชิงเงินสดกว่า 1.2 แสนบาท เหตุเกิดในพื้นที่ อ.อ่าวลึก จ.กระบี่ แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้าและพบพิรุธในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่


นางสาวบี ผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนได้ติดต่อซื้อขายรถกระบะผ่านคนรู้จักในราคา 2.5 แสนบาท และได้ส่งมอบเงินบางส่วนให้คู่กรณีไปแล้ว แต่ในวันนัดส่งมอบรถที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่งใน อ.อ่าวลึก เมื่อตรวจสอบเล่มทะเบียนพบว่าข้อมูลไม่ตรงกับสภาพรถหลายจุด จึงขอยกเลิกสัญญา ทำให้กลุ่มชายฉกรรจ์ที่นำรถมาส่งเกิดความไม่พอใจ เข้าล็อกคอและพยายามฉุดกระชากตนขึ้นรถเก่งอีกคันหนึ่ง ตนพยายามต่อสู้ขัดขืนจนหลุดรอดมาขอความช่วยเหลือจากพลเมืองดีได้ทัน ส่วนกลุ่มคนร้ายได้ขับรถหนีไปพร้อมกับกระเป๋าของตนที่มีเงินสด 120,000 บาท และโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง

นางสาวบีกล่าวต่อว่า หลังเกิดเหตุตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.อ่าวลึก ต่อมาคู่กรณีได้นำทรัพย์สินมาคืนผ่านตำรวจ แต่ปรากฏว่าเงินสด 1.2 แสนบาท กลับเหลือเพียง 40,000 บาท โดยตำรวจอ้างคำให้การคู่กรณีว่าผู้เสียหาย “ลืมไว้ในรถเอง” นอกจากนี้ เมื่อตนขอดูสำนวนหรือภาพจากกล้องวงจรปิดเพื่อยืนยันตัวตนคนร้าย กลับถูกปฏิเสธโดยอ้างว่า “กล้องเสียส่งซ่อม” และให้เพียงสำเนาบันทึกประจำวันเท่านั้น

Advertisement

​”หนูไม่มั่นใจการทำงานของตำรวจในพื้นที่เลย เพราะมีการส่งข้อความแชตมาข่มขู่ อ้างชื่อนายตำรวจระดับ ‘รอง’ ที่มีอิทธิพลว่าเป็นคนอยู่เบื้องหลัง แถมตอนอยู่ที่สนามบินยังถูกชายตัดผมเกรียนคล้ายตำรวจนอกเครื่องแบบเดินตามคุกคามจนรู้สึกไม่ปลอดภัย” นางสาว บีกล่าว

ด้านทนายรณณรงค์ระบุว่า การพาสื่อและผู้เสียหายมาที่กองปราบในครั้งนี้ เพื่อต้องการให้ส่วนกลางลงไปตรวจสอบสำนวนคดีของ สภ.อ่าวลึก และติดตามตัวกลุ่มชายฉกรรจ์มาดำเนินคดี รวมถึงตรวจสอบว่ามีข้าราชการตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้องกับขบวนการรถผิดกฎหมายหรือการรีดไถทรัพย์ครั้งนี้หรือไม่
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้ทำการสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด และเตรียมประสานงานไปยังท้องที่เกิดเหตุเพื่อเร่งรัดคดีและตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อเรียกร้องต่อไป