จับแก๊ง เงินบุญ หลอก ลงทุนพันแลกล้าน แอบอ้างเบื้องสูง-โครงการหลวง ยึดทรัพย์ 250 ล.

3.02.26 | 13:19 น.

ป.ทลายแก๊ง เงินบุญ หลอกลงทุน 1 พัน ฟันเงินล้าน รวบ 11 ผู้ต้องหา ยึดทรัพย์กว่า 250 ล้าน พบเงินหมุนเวียนทะลุ 600 ล้าน เหยื่อส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ เผยกลโกงแอบอ้างโครงการหลวง ตั้งไลน์กลุ่มกดดันเหยื่อโอนซ้ำไม่รู้จบ

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุปผาสุวรรณ ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ต.วัตรสัณห์ เนตรหาญ สว.กก.3 บก.ป. ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการหลอกลวงประชาชนในรูปแบบโครงการ “เงินบุญ” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 11 ราย คือนางกาญจนา อายุ 57 ปี, น.ส.พรพรรณ อายุ 40 ปี, น.ส.จิรวดี อายุ 56 ปี, น.ส.ศุภากร อายุ 49 ปี, นางธัญมน อายุ 64 ปี, นายณัฐศักดิ์ อายุ 56 ปี, นางปราณี อายุ 44 ปี,

นางลำไย อายุ 59 ปี, นางวรวิทย์ อายุ 62 ปี, นางจิราพร อายุ 65 ปี และนายปฐวี อายุ 39 ปี ทั้งหมดเป็นผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญา ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน, โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน”

พร้อมตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ รถยนต์ 4 คัน รถจักรยานยนต์ 1 คัน โฉนดที่ดิน 22 ฉบับ อาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติ 3 กระบอก โทรศัพท์มือถือ 21 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 110 เล่ม บัตร ATM 12 ใบ เครื่องประดับทองคำ และทรัพย์สินอื่นๆ รวมกว่า 206 รายการ มูลค่ารวมประมาณ 250 ล้านบาท

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์เปิดเผยว่า คดีนี้เริ่มต้นเมื่อช่วงปลายปี 2568 มีผู้เสียหายจำนวนมาก ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมตัวเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน บก.ป. หลังถูกหลอกให้ร่วมลงทุนในโครงการที่เรียกว่า “เงินบุญ” โดยอ้างผลตอบแทนสูงผิดปกติ ภายใต้แนวคิด “ลงทุน 1,000 บาท ได้คืน 1,000,000 บาท”    

นอกจากนี้ยังพบว่า ขบวนการดังกล่าวสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการแอบอ้างโครงการหลวงและโครงการสำคัญของรัฐ ก่อนใช้กลอุบายต่างๆ หลอกล่อให้โอนเงิน เมื่อถึงกำหนดกลับไม่จ่ายผลตอบแทน ทำให้ผู้เสียหายสูญเสียเงินจำนวนมาก บางรายหมดตัว

Advertisement

พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์กล่าวอีกว่า จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ ผกก.3 บก.ป. นำทีมสืบสวนขยายผลจนพบว่า เป็นเครือข่ายหลอกลวงที่มีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นระบบ ใช้แอพพลิเคชั่นไลน์เป็นช่องทางหลัก ตั้งกลุ่มในชื่อ “ลงทุนเงินบุญ” เปิด-ปิดกลุ่ม เปลี่ยนชื่อกลุ่มอยู่บ่อยครั้ง ภายในกลุ่มมีการประชุมผ่านเสียงและข้อความ เพื่อกดดัน เร่งเร้าให้สมาชิกโอนเงินซ้ำอย่างต่อเนื่อง

ด้าน พ.ต.อ.สุริยศักดิ์เปิดเผยว่า กลุ่มผู้ต้องหาจะใช้ถ้อยคำเร่งด่วน เช่น “งานด่วน งานลับ งานช่วยผู้ใหญ่” พร้อมกำหนดเงื่อนไขว่าหากไม่โอนเงินจะเสียสิทธิ หรือไม่ได้รับเงินคืน หากผู้เสียหายตั้งข้อสงสัยจะถูกลบออกจากกลุ่มหรือบล็อกการติดต่อทันที อีกทั้งยังเปิด “โปรโมชั่นใหม่” หลอกให้โอนเงินเพิ่มไม่สิ้นสุด

นอกจากนี้ยังแอบอ้างว่า เงินที่ระดมได้เป็นเงินจากรัฐบาล หรือเป็นเงินที่ต้องใช้ดำเนินการนำเงินจำนวนมหาศาลจากต่างประเทศกลับเข้าประเทศ โดยอ้างว่าจำเป็นต้องมีค่าใช้จ่ายในการติดต่อหน่วยงานสำคัญ เช่น ศาลโลก กระทรวงการต่างประเทศ และศาลไทย

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามุ่งเป้าไปที่กลุ่มผู้สูงอายุและผู้เกษียณอายุราชการ ซึ่งมีเงินเก็บบั้นปลายชีวิต ทำให้มีผู้เสียหายหลายรายสูญเงินหลักล้านบาท ทั้งที่ในความเป็นจริงไม่มีการลงทุนใดเกิดขึ้น เงินทั้งหมดถูกโอนหมุนเวียนภายในเครือข่ายและนำไปใช้ส่วนตัว รวมถึงแปรสภาพเป็นทรัพย์สินต่างๆ

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบกลุ่มผู้ต้องหามีเงินหมุนเวียนรวมสูงกว่า 600 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าความเสียหายเฉพาะคดีที่แจ้งความแล้วกว่า 6.5 ล้านบาท และยังมีผู้เสียหายที่อยู่ระหว่างการแจ้งความเพิ่มเติมอีกประมาณ 30 ราย รวมความเสียหายกว่า 50 ล้านบาท โดยเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายทยอยเข้าแจ้งความเพิ่มอีก

พ.ต.อ.สุริยศักดิ์กล่าวต่อว่า จนกระทั่งเมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569 เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมเข้าตรวจค้นเป้าหมาย 11 จุด ในพื้นที่ จ.มหาสารคาม สิงห์บุรี ปทุมธานี นนทบุรี และสุราษฎร์ธานี สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ครบทั้ง 11 ราย

สอบสวนผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพ บางส่วนให้การปฏิเสธ โดยหนึ่งในแกนนำให้การว่า เข้าร่วมโครงการดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2551 และพัฒนารูปแบบการหลอกลวงมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขณะเดียวกัน นางจี (นามสมมุติ) หนึ่งในกลุ่มผู้เสียหาย เปิดเผยว่า ตนเข้าร่วมลงทุนโครงการดังกล่าวผ่านการชักชวนจากคนรู้จักที่เคยเข้าร่วม ในส่วนของตนลงทุนไปประมาณ 4 แสนบาท ส่วนสาเหตุที่ให้หลงเชื่อ เพราะเห็นว่ามีการแอบอ้างชื่อบุคคลเบื้องสูง และผู้หลักผู้ใหญ่หลายคนทำให้ดูน่าเชื่อถือ