อัยการร่วมOHCHRจัดประชุมผู้เชี่ยวชาญประเมินสภาพงานป้องกันปราบปรามทรมาน การกระทำให้บุคคลสูญหาย

4.02.26 | 18:26 น.

สำนักงานอัยการสูงสุดร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ จัดประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพงานป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ นายบัญชา เขียวต่าย เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ สำนักงานอัยการสูงสุด ร่วมกับนางสาวซินเทีย เวลิโก้ ผู้แทนสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เปิดการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินสภาพงานป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ที่ โรงแรมอัศวิน แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพมหานคร

เลขาธิการสถาบันนิติวัชร์ กล่าวว่า พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการดำเนินการตามพันธกรณีระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชน แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการยกระดับมาตรการคุ้มครองศักดิ์ศรีและสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้เป็นไปตามหลักนิติธรรมและมาตรฐานสากล การบังคับใช้กฎหมายนี้ให้มีประสิทธิภาพและเกิดผลในทางปฏิบัติ จำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจที่ลึกซึ้ง ตลอดจนทักษะและแนวปฏิบัติที่ชัดเจนจากผู้บังคับใช้กฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากพนักงานอัยการซึ่งมีบทบาทเป็นกลไกหลักในการตรวจสอบ สอบสวน และดำเนินคดี

ดังนั้น สำนักงานอัยการสูงสุด โดยสถาบันนิติวัชร์ จึงได้ร่วมกับสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (OHCHR) ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จัดการประชุมกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ (Diagnostic Focus Group) ในครั้งนี้ขึ้นโดยได้รับการสนับสนุนจากคณะผู้แทนสหภาพยุโรปประจำประเทศไทย ซึ่งมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อร่วมกันวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงความท้าทาย ข้อจำกัด และช่องว่างในการปฏิบัติงานจริง ทั้งในด้านกฎหมาย กระบวนการบริหาร และเทคนิควิธีการตรวจพบ ตรวจสอบ และการดำเนินคดีเกี่ยวกับการซ้อมทรมานและบังคับสูญหาย เพื่อนำข้อมูลที่เป็นรูปธรรมและตรงประเด็นไปสู่การออกแบบหลักสูตรการฝึกอบรมและคู่มือปฏิบัติงาน ที่สอดคล้องกับบริบทและความต้องการเร่งด่วนของพนักงานอัยการไทย

สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ มีผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติร่วมให้ข้อมูลเชิงเทคนิค อาทิ นายอัลบาน โปรเพ็ดต์-ปัลลาสโก เลขานุการคณะกรรมการว่าด้วยการบังคับให้บุคคลสูญหายแห่งสหประชาชาติ (UN Committee on Enforced Disappearances) ดร.มอร์ริส ทิดบอลล์-บินซ์ ผู้รายงานพิเศษแห่งสหประชาชาติ ด้านการประหารชีวิตนอกกระบวนการยุติธรรมโดยรวบรัดหรือตามอำเภอใจ รวมทั้งนายสมพงษ์ เย็นแก้ว อดีตอธิบดีอัยการภาค 6 ผู้มีประสบการณ์ตรงในการสอบสวนและดำเนินคดีที่มีการทำให้เสียชีวิตโดยเจ้าพนักงาน และ ดร.น้ำแท้ มีบุญสล้าง อัยการพิเศษฝ่ายประจำสำนักงานอัยการสูงสุด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนผลักดันการยกร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว โดยมีพนักงานอัยการเข้าร่วมกิจกรรมจำนวน 15 คน

Advertisement

ทั้งนี้ ผลลัพธ์จากการประชุมจะถูกนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับการออกแบบและจัดลำดับความสำคัญของโครงการฝึกอบรมระดับชาติสำหรับพนักงานอัยการ ซึ่งมีแผนงานที่จะจัดให้มีขึ้นต่อไปทุกภูมิภาคให้ครบทั่วประเทศภายในปีนี้ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างแท้จริง