ผบ.ตร.สั่งขยายผล โจ๋วัย 15 ชิงทอง 33 บาท สงสัยมีคนอยู่เบื้องหลัง พาหลบหนีหรือไม่

5.02.26 | 14:45 น.

ผบ.ตร.สั่งขยายผล โจ๋วัย 15 ชิงทอง 33 บาท สงสัยมีคนอยู่เบื้องหลัง พาหลบหนีหรือไม่

เมื่อวันที่​ 5 กุมภาพันธ์ 69​ ที่​สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ​พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. เปิดเผยความคืบหน้าการสอบปากคำเยาวชนชายอายุ 15 ปี ที่บุกชิงทอง 33 บาท ภายในห้างดังในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังตามไปจับกุมได้ที่สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดอุบลราชธานี โดยยังอยู่ระหว่างการขยายผล ว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ หรืออยู่เบื้องหลังหรือไม่

เนื่องจากผู้ก่อเหตุยังเป็นเยาวชน ตอนก่อเหตุทำคนเดียว แต่หลังก่อเหตุที่จังหวัดสงขลา ก็ได้หลบหนีไปถึงจังหวัดอุบลราชธานี คาดว่าอาจตั้งใจจะหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งตำรวจก็สันนิษฐานว่า อาจมีผู้ช่วยเหลืออยู่เบื้องหลังหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนที่ยุยงส่งเสริมให้ก่อเหตุ แต่เบื้องต้นยังไม่พบผู้ช่วยเหลือในการหลบหนี โดยตัวผู้ก่อเหตุอ้างว่ามีเพื่อนอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี จึงหนีไปที่นั่น

ส่วนทองของกลาง ตรวจยึดกลับมาได้น้ำหนักรวม 30 บาท ขาดไป 3 บาท ที่เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลว่าผู้ก่อเหตุนำทอง 3 บาทไปทำอะไร หรือขายให้ใคร และปลายทางของทองทั้งหมด ตั้งใจจะนำไปทำอะไร ที่ไหน และหลังจากนี้ก็จะนำตัวเยาวชนที่ก่อเหตุส่งกลับไปดำเนินคดีที่จังหวัดสงขลา

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวต่อว่า ตั้งแต่ช่วงที่ราคาทองมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็คาดการณ์ไว้แล้วว่าจะมีคดีชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทางตำรวจก็พยายามออกมาตรการ เพิ่มขีดความสามารถเรื่องการเฝ้าระวัง และการตรวจตราให้เข้มข้นขึ้น จนกระทั่งมาเกิดเหตุ 2 คดีติดกัน แต่เรื่องนี้ตำรวจแก้ปัญหาฝ่ายเดียวไม่ได้ ผู้ประกอบการร้านทองเอง ควรจะมีระบบการป้องกันร้าน การเข้าถึงตัวพนักงานและทรัพย์สินให้มั่นคงแข็งแรงมากขึ้น

Advertisement

ขณะที่ประชาชนที่สวมใส่เครื่องประดับ ก็ต้องระวังตนเอง ส่วนบริษัทประกันภัย ก็ควรจะมีเงื่อนไขความคุ้มครอง เพื่อกดดันให้ทางร้านทองซึ่งเป็นผู้ทำประกัน ติดตั้งอุปกรณ์ป้องกันตัวเองให้มากขึ้น เพื่อให้ต่างคนก็ต่างเฝ้าระวังตนเอง ซึ่งทางพลตำรวจเอกธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เตรียมประชุมหารือร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์นี้

พล.ต.อ.กิตติ์รัฐกล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีผู้ก่อเหตุที่เป็นเยาวชนมากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการแก้ปัญหาต้องแก้ที่ระดับครอบครัว ผู้ปกครองควรอบรมบุตรหลาน เพื่อปรับทัศนคติความคิดตั้งแต่ต้น ส่วนทางตำรวจ ตนเองก็ได้กำชับทุกพื้นที่ให้ใช้ตำรวจมวลชนเข้ามาเสริม รวมถึงการพูดคุยกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ที่จะให้ความรู้ความเข้าใจ เรื่องการอยู่ในสังคมที่ดี และเรื่องกฎหมายให้กับเยาวชน