อุกอาจ! คนร้ายกระชากสร้อยทอง 10 บาท ขณะหนุ่มนั่งรถสามล้อติดไฟแดงกลางกรุง

15.02.26 | 15:18 น.

อุกอาจ! คนร้ายกระชากสร้อยทอง 10 บาท ขณะหนุ่มนั่งรถสามล้อติดไฟแดงกลางกรุง

ร.ต.ท.ปวริศ เลิศปัญญา รอง สว.(สอบสวน) สน.ปทุมวัน รับแจ้งเหตุเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ มีคนร้ายวิ่งราวสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท บริเวณแยกมหานคร ถนนพระราม 6 แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.ศิริชาติ จันทร์พรมมา ผกก.สน.ปทุมวัน พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.สส.บกน.6 พ.ต.ต.นิวัฒน์ เนียมเพราะ สวป.สน.ปทุมวัน เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.ปทุมวัน

ที่เกิดเหตุพบ นายรัตนภูมิ คำพาลักษณ์ อายุ 46 ปี ผู้เสียหายพร้อมครอบครัวยืนรอแจ้งความด้วยอาการตื่นตระหนกว่า ตนประกอบอาชีพเปิดร้านตัดผมอยู่ที่ จ.นครสวรรค์ ส่วนภรรยาเป็นเจ้าของร้านเสริมสวยอยู่ใกล้กัน ก่อนเกิดเหตุตนเดินทางมาพร้อมกับภรรยา ลูกชายและเพื่อนลูกชาย เพื่อพาลูกชายกับเพื่อนมาสอบเก็บพอร์ต ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยพักอยู่ที่โรงแรมมารวยการ์เดนท์ ช่วงบ่ายได้ขึ้นรถไฟฟ้าพาครอบครัวมาเดินเล่นที่ห้าง MBK

ต่อจากนั้นได้เหมารถสามล้อจะไปรับประทานอาหารกันที่ย่านเยาวราช ตนนั่งอยู่เบาะขวาสุด ขณะรถกำลังติดสัญญาณไฟแดงตรงแยกมหานคร ได้มีคนร้ายเป็นชาย สวมหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ มีหนวด อายุประมาณ 30 ปี ใส่เสื้อแจ๊กเก็ตสีเทา น้ำเงิน กางเกงขายาวสีดำ รองเท้าแตะ ขี่รถจักรยานต์ฮอนด้า คลิก สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาประกบแล้วกระชากสร้อยคอทองคำน้ำหนัก 10 บาท พร้อมพระหลวงปู่เกิดแก้วสารพัดนึกปี 2521 เลี่ยมทองอีก 1 องค์ ทำให้คอตนเป็นเป็นรอยห้อเลือด จากนั้นได้ขี่หลบหนีไปทางถนนพระรามที่ 4 อยากให้ตำรวจช่วยติดตามคนร้ายให้ได้โดยเร็ว เพราะพระหลวงปู่เกิดแก้วสารพัดนึกมีคุณค่าด้านจิตใจของตนมาก

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชาติกล่าวว่า ขณะนี้ฝ่ายสืบสวนกำลังไล่กล้องวงจรปิดตั้งแต่ห้าง MBK เพื่อดูว่าคนร้ายติดตามผู้เสียหายมาตั้งแต่ที่ใด และเส้นทางหลบหนีของคนร้าย ขณะนี้คืบหน้าไปมาก หากใครพบเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้ายได้ตนจะมอบรางวัลให้ 10,000 บาท

Advertisement