“ดีเจกบ”พร้อมเหยื่อ แจ้งความกองปราบ “แฟนเก่า”ฉ้อโกงลงทุน

16.05.17 | 12:51 น.

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 16 พฤษภาคม ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) น.ส.นวพร เต่าทอง อายุ 37 ปี หรือ ดีเจกบ-นวพร ครูสอนโยคะชื่อดัง พร้อมด้วย กลุ่มผู้เสียหาย 8 ราย ที่ถูกหลอกลวงให้นำเงินไปร่วมลงทุนทำธุรกิจในต่างประเทศร่วมกับบริษัทแห่งหนึ่ง จนเกิดความเสียหายเป็นมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท เข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป.เพื่อแจ้งความดำเนินคดี นายสหรัฐ เวโรจน์ อายุ 34 ปี อดีตแฟนหนุ่มของดีเจกบ ซึ่งเป็นแม่ข่ายของบริษัทดังกล่าว ในข้อหาฉ้อโกงประชาชน โดยนำเอกสารหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มามอบไว้เป็นหลักฐาน

ดีเจกบ-นวพร กล่าวว่า เมื่อต้นปีที่แล้วได้รู้จักกับ นายสหรัฐ แฟนเก่าผ่านทางเฟซบุ๊ก จากนั้นก็คบหากันเป็นแฟน ขณะที่คบกันประมาณ 2 เดือนแรก เขาก็เริ่มชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจของบริษัทแห่งหนึ่งที่อยู่ในต่างประเทศ ในลักษณะการบริจาคเงินแล้วได้รับผลตอบแทนสูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่ได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจดังกล่าวชัดเจนมากนัก ด้วยความไว้ใจจึงได้ลงทุนไปจำนวน 2 แสนบาท แต่ก็ยังไม่ได้รับเงินกำไรแ อย่างไรก็ตามหลังจากที่เลิกรากันไปก็มาทราบว่าเพื่อนๆ ของตนว่าได้ถูกแฟนเก่าชักชวนให้ร่วมลงทุนด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งบางคนเสียหายตั้งแต่หลักแสนจนถึงหลักล้านบาท จากนั้นเมื่อตนพยายามสอบถามไปเขาก็เงียบหายไม่ตอบกลับจนถึงตอนนี้

ดีเจกบ-นวพร กล่าวต่อว่า เขาใช้ความสัมพันธ์ตอนนั้นล่อลวงเหมือนหว่านล้อมด้วยวิธีการต่างๆ กล่อมให้เราฟังทุกวัน แล้วด้วยความสัมพันธ์ที่มีต่อกันเวลานั้น โดยเขาบอกว่ามีการลงทุนอย่างนั้นอย่างนี้ แต่จนวันนี้ ก็ยังไม่มั่นใจเลยว่ามีการนำเงินไปลงทุนแล้ว เงินที่เราโอนให้ไปถูกนำไปลงทุนจริงหรือไม่ ตนมีรายละเอียดเรื่องนี้ไม่มาก แต่เท่าที่รู้มีผู้เสียหายจากการลงทุนลักษณะนี้ เป็นโครงข่ายที่คนๆ นี้ อยู่ในกลุ่มด้วยก็พบว่าเสียหายกันคนละเป็นหลักล้านบาท มีการแจ้งความดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้บ้างแล้ว

ดีเจกบ-นวพร กล่าวอีกว่า ส่วนตัวนั้นเพิ่งมารู้ตัวทีหลัง มารู้ว่าเราก็เสียหายด้วย ถ้าอย่างนั้นก็ควรจะมาแจ้งความเพื่อสิทธิของตนด้วย เขาเล่าถึงเรื่องการลงทุนว่าเมื่อลงทุนไปแล้วจะได้กำไรคืน 100% เป็นการลงทุนที่เขาบอกว่า ไม่มีอยู่ในประเทศไทย แต่ตนไม่รู้ว่าเงินที่ทยอยโอนให้ไป 2 แสนบาท เขาเอาไปลงทุนจริงหรือไม่ และไม่ได้มีหลักฐานมาบอกว่านำเงินไปใช้ทำอะไร จึงตั้งใจจะมาแจ้งความดำเนินคดีกับเขาโดยเฉพาะ และต้องพาเพื่อนๆ ที่ถูกหลอกลวงซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงข่ายนี้มาแจ้งความด้วยอีกหลายคน

ดีเจกบ-นวพร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ก็มีผู้เสียหายกลุ่มใหญ่เข้าแจ้งความไปแล้ว ก็จะมีการลงทุนหลายๆ อย่าง ซึ่งตนก็ไม่แน่ใจว่าจะต้องบอกดีหรือไม่ เป็นการลงทุนที่เรียกว่า 3 เอ็ม เป็นการลงทุนที่อยู่ในต่างประเทศ เท่าที่ทราบเหมือนเป็นเรื่องของการบริจาค แต่มาทราบภายหลังว่า มีผู้เสียหายจากตรงนี้ และอีกหลายๆ รูปแบบ มีการฟ้องร้องแจ้งความ เพื่อนตนรู้จักตนดีอยู่แล้ว เขาจึงเหมือนใช้ความสนิทตรงนี้มาชักชวนไปลงทุน แต่ไม่มีการให้ผลตอบแทนใดๆ เขาชวนตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2559

Advertisement

“จากวันนั้นถึงวันนี้ทำไม กบถึงเพิ่งมาแจ้งความก็เนื่องจากเขาพยายามดึงดันไว้ พยายามจะบอกว่ายังเจรจากันอยู่ และจะทยอยหาเงินมาคืนให้ แต่หลังจากนั้นก็ติดต่อเขาไม่ได้แล้ว จะติดต่อเรื่องการรับผิดชอบคำพูดของเขาที่จะคืนเงิน เขารับรู้ข้อความที่ส่งไปทางไลน์ แต่หลังจากนั้นเขาก็ไม่อ่านไลน์อีกเลย พออ่านข้อความตอนหลัง เขาก็ไม่อ่าน ช่วงแรกจะมีเงินปันผลบางส่วน แต่ระยะหลังจะน้อยลงไปจนถึงไม่ได้เลย” ดีเจกบ กล่าว

ดีเจรายนี้ กล่าวต่อว่า การลงทุนจะลงทุนในชื่อของเขา ซึ่งเขาพูดว่าจะเอาเงินไปลงทุน แต่ทุกวันนี้ตนไม่มั่นใจว่าเขาได้ลงทุนจริงหรือไม่ ลักษณะที่เขาบอกคือไม่ได้ขอ แต่มาหลอกลวงอ้างว่าเป็นการลงทุนที่จะได้กำไรดีมาก ทุกคนเล่นกันหมด คนที่เล่นในโครงข่ายของเขาได้กำไรกันหมด ดีไปหมดทุกอย่าง แต่จนถึงขณะนี้ตนยังไม่เคยได้รับเงินคืนเลยแม้แต่บาทเดียว ผู้เสียหายจริงๆ มีจำนวนมาก น่าจะมากกว่า 100 คน ซึ่งบางคนเขายังไม่ได้ออกมา เพราะเขาอาจจะยังมีความหวังว่าจะได้เงินคืน

ด้าน น.ส.เอ๋ ( นามสมมติ) อายุ 40 ปี นักธุรกิจรีไซเคิลขยะ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ได้รับการแนะนำจากเพื่อนว่ามีบริษัท SWE smart wealth club จัดสัมมนาการลงทุนทางเว็บไซต์ จึงเข้าไปดูรายละเอียดและศึกษาลักษณะการลงทุนของบริษัทดังกล่าว เมื่อเห็นว่าน่าสนใจจึงเข้าร่วมฟังการอบรมที่โรงแรมแห่งหนึ่งย่านรัชดาฯ เมื่อวันที่ 22 เม.ย.ที่ผ่านมา เมื่อไปถึงก็ได้รับการชักชวนให้ร่วมลงทุนธุรกิจการพนันออนไลน์กับบริษัทแห่งหนึ่งที่อยู่ในประเทศบัลแกเรีย โดยเขาอ้างว่าจะได้เปอร์เซ็นต์ตามจำนวนที่ลงทุน ตนจึงลองลงทุนไป 1 แสนบาท ได้เงินปันผล 10,000 บาทต่อเดือน เมื่อเห็นว่าได้กำไรดี จึงนำเงินมาลงทุนเพิ่มอีก 1 ล้านบาท

น.ส.เอ๋ กล่าวต่อว่า จนกระทั่งในระยะหลังไม่จ่ายเงินปันผลตามที่กล่าวอ้าง เมื่อขอถอนเงินที่ลงทุนไปทั้งหมดคืนเขากลับผัดผ่อนและบอกว่าจะย้ายเงินลงทุนไปอีกบริษัทหนึ่ง กระทั่งติดต่อไม่ได้อีก จึงเดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ทราบว่ามีผู้ถูกหลอกลวงหลายรายรวมตัวกันมาแจ้งความดังกล่าว อย่างไรก็ตาม อยากฝากเตือนผู้ที่จะร่วมลงทุนกับบริษัทดังกล่าวขณะนี้ทราบมาว่ามีอดีตผู้บริหารของบริษัทยูฟันฯ เข้ามาร่วมบริหารอีกด้วย

ด้าน พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำผู้เสียหายทั้งหมดไว้ ก่อนประสานทางดีเอสไอ เพื่อดำเนินการต่อไป อย่างไรก็ตาม อยากฝากประชาชนว่าหากเจอการชักชวนลักษณะดังกล่าวโดยใช้ผลกำไรมาชักจูงอย่าได้หลงเชื่อเนื่องจากส่วนใหญ่เป็นการหลอกลวง ทั้งนี้หากประชาชนท่านใดถูกหลอกลวงลักษณะดังกล่าวให้เข้ามาแจ้งความเพิ่มเติมที่กองปราบปรามได้ตลอดเวลา