ตร.เข้าช่วยสาว 17 ถูกแม่เล้าวัย 18 พาขายบริการในโรงแรมย่านสุริยวงศ์

17.02.26 | 12:17 น.

ตร.เข้าช่วยสาว 17 ถูกแม่เล้าวัย 18 พาขายบริการในโรงแรมย่านสุริยวงศ์

เมื่อวันที่ 17 ก.พ. พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 พ.ต.อ.นริศ ปรารถนาพร รอง ผบก.น.6 พ.ต.อ.เชิดศักดิ์ รอดเข็ม ผกก.กก.สส.บก.น.6 พ.ต.อ.ธรรมศักดิ์ สารบุญ ผกก.สน.บางรัก พ.ต.ท.ปิติพัฒน์ เอกอัครภูววัฒน์ รอง ผกก.ป.สน.บางรัก สั่งการ พ.ต.ต.อังกูร ตู้วัฒนะวาณิช สวป.สน.บางรัก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก และเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก ร่วมกันจับกุม น.ส.ฐิติรัตน์ สงวนนามสกุล อายุ 18 ปี ช่วยเหลือเหยื่อ น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี บริเวณห้องพักเลขที่ 207 โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร วันที่ 16 ก.พ.2569 เวลา 22.35 น.ที่ผ่านมา


สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้วางแผนกับสายลับ ทำการล่อซื้อบริการทางเพศเด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ผ่านช่องทางแชต เฟซบุ๊ก ชื่อบัญชี “Meen My” หรือ น.ส. ฐิติรัตน์ ได้ตกลงซื้อบริการค้าประเวณี เด็กต่ำกว่า 18 ปี 1 ราย คือ คือ น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐาน เพื่อบันทึกเลขธนบัตรสำหรับใช้ในการล่อซื้อบริการตามประจำวันลำดับที่ 8 ลงวันที่ 16 ก.พ.69 เวลา 18.06 น. ของ สน.บางรัก เป็นจำนวนเงิน 15,000 บาท ต่อมาสายลับได้ทำการจ่ายเงินค่าบริการและค่าธุระจัดหา ทั้งหมดให้กับผู้ต้องหา เป็นจำนวนเงิน 8,000 บาท แบ่งเป็นค่าค้าประเวณีเด็ก 6,000 บาท ค่าเป็นธุระจัดหาเป็นเงิน 1,000 บาท และค่ามานั่งดื่มด้วยเป็นเงิน 1,000 บาท

จากนั้นได้นั่งทานข้าวและพูดคุยกันสักพักต่อมา เวลาประมาณ 22.30 น. สายลับได้ทำการพาเด็กที่ขายประเวณีเดินไปที่ห้องพักเลขที่ 207 โรงแรมแห่งหนึ่ง แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพมหานคร เพื่อให้มาล่อซื้อบริการและร่วมประเวณี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ซุ่มรอสัญญาณจากสายลับอยู่บริเวณใกล้เคียงของโรงแรมดังกล่าว ต่อมาเมื่อสายลับเข้าทำการล่อซื้อบริการค้าประเวณีแล้ว สายลับได้ให้เหยื่อทำการเปลี่ยนชุดเตรียมตัวให้บริการทางเพศเรียบร้อย จึงได้ส่งสัญญาณให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมทราบว่าพร้อมให้เข้าทำการจับกุม

Advertisement

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้นำกำลังเข้าช่วยเหลือเหยื่อคือ น.ส.เอ นามสมมุติ อายุ 17 ปี ที่ห้องหมายเลข 207 ของโรงแรมดังกล่าว โดยเหยื่ออยู่ในลักษณะนุ่งผ้าเช็ดตัว และได้ทำการฉีกถุงยางพร้อมให้บริการทางเพศ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมจึงได้เข้าทำการจับกุม น.ส.ฐิติรัตน์ ผู้ต้องหา ที่ห้องเลขที่ 206 โรงแรม

จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ จากทำการขอตรวจค้นโดยก่อนการตรวจค้นได้แสดงความบริสุทธิ์จนเป็นที่พอใจของผู้ต้องหาแล้วผลการตรวจค้นพบธนบัตร 1,000 บาท 8 ใบ รวมเป็นเงิน 8000 บาท ธนบัตรที่ตรวจพบเป็นธนบัตรที่มีเลขกำกับตรงกับที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้ทำการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน อยู่ภายในกระเป๋าเงินสีม่วงของผู้ต้องหา

โดยผู้ต้องหานั้นยอมรับว่าเป็นคนที่เป็นธุระจัดหาเด็กมาให้บริการค้าประเวณีจริง ซึ่งเป็นการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศ โดยแบ่งเป็นค่าบริการค้าประเวณี 6,000 บาท ค่าเป็นธุระจัดหาเด็ก 1,000 บาท และเอนเตอร์เทนของผู้ต้องหาอีก 1,000 บาท รวมเป็นเงินทั้งหมด 8,000 บาท โดยผู้ต้องหายอมรับว่าได้คิดเงินส่วนแบ่งเป็นค่าธุระจัดหาจริงเป็นจำนวนเงินคนละ 1,000 บาท เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งให้ผู้ต้องหาทราบว่าต้องถูกจับ

เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหาเป็นธุระจัดหา โดยการแสวงหาประโยชน์จากการค้าประเวณีเด็ก, ผู้ใดเพื่อสนองความใคร่ของผู้อื่น เป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือพาไปเพื่อการอนาจารซึ่งชายหรือหญิง แม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตาม โดยเป็นการกระทำแก่บุคคลอายุเกินสิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปี ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง พนักงานสอบสวน สน.บางรัก เพื่อดำเนินคดีต่อไป