ปทส.ค้นบ้าน พบสัตว์ป่าคุ้มครองนับร้อย ส่งตรวจดีเอ็นเอโยงเครือข่ายแก๊งค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ด้านเจ้าของบ้านอ้างแค่รับฝากเท่านั้น
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.เอนก เตาสุภาพ ผบก.ปทส. สั่งการให้ พ.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช ผกก.1 บก.ปทส. พ.ต.ต.ประดิษฐ์ พรมพาน สว.กก.1 บก.ปทส. นำหมายค้นศาลอาญาธนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งภายในซอยประชาอุทิศ 89 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ
สำหรับการเข้าตรวจค้นครั้งนี้ สืบเนื่องจากชุดสืบสวน กก.1 บก.ปทส.ขยายผลคดีจับกุมชาวต่างชาติไต้หวันลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติ ซึ่งก่อนหน้าสามารถจับกุมผู้ต้องหาไปแล้ว 4 ราย โดยพบข้อมูลว่าบ้านหลังดังกล่าวถูกใช้เป็นสถานที่พักและเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าคุ้มครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

จากการตรวจค้นพบนายเอ (นามสมมุติ) แสดงตัวเป็นเจ้าของบ้าน และพบสัตว์ป่าควบคุมตามอนุสัญญาไซเตส (CITES) รวม 6 ชนิด ได้แก่ เต่าซูลคาต้า (Centrochelys sulcata) 19 ตัว, เต่าเสือดาว (Stigmochelys pardalis) 44 ตัว, อิกัวน่าเขียว (Iguana iguana) 12 ตัว, อิกัวน่าหางหนามดำ หรืออิกัวน่าดำ (Ctenosaura similis) 8 ตัว, งูหลามบอล (Python regius) 6 ตัว สัตว์ทั้งหมดข้างต้นเป็นสัตว์ป่าควบคุมตามบัญชีไซเตส 2 ซึ่งต้องควบคุมการค้า แม้ไม่ต้องแจ้งการครอบครอง แต่ยังอยู่ภายใต้การกำกับตามกฎหมาย
นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ยังพบเต่าดาวอินเดีย (Geochelone elegans) จำนวน 19 ตัว ซึ่งเป็นสัตว์ป่าควบคุมตามบัญชีไซเตส 1 ต้องแจ้งการครอบครองตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อเจ้าหน้าที่ขอตรวจสอบเอกสารแจ้งการครอบครอง นายเอยอมรับว่าไม่ได้แจ้งไว้ จึงทำการตรวจยึดเต่าดาวอินเดียทั้งหมด ส่งตรวจพิสูจน์ทางพันธุกรรมที่ศูนย์นิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า สำนักอนุรักษ์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ เพื่อยืนยันแหล่งที่มา และเชื่อมโยงขยายผลไปยังเครือข่ายลักลอบค้าสัตว์ป่าข้ามชาติต่อไป
สอบสวนนายเอให้การว่า สัตว์ทั้งหมดไม่ใช่ของตนเอง แต่เป็นของลูกเลี้ยงนำมาฝากไว้ที่บ้านเท่านั้น
ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง และขยายผลถึงเครือข่ายเบื้องหลังทั้งหมดต่อไป

