ยธ.รับผิดชอบ ‘3 ปี พ.ร.บ.ทรมานฯ’ เยียวยาแล้ว 33 เคส พร้อมดูแลใจ จี้คดีคืบหน้า

23.02.26 | 13:36 น.

ยธ.ยืดอก แสดงความรับผิดชอบ ‘3 ปี พ.ร.บ.ทรมานฯ’ เยียวยาแล้ว ’33 เคส’ กว่า 8 ล้านบาท พร้อมฟื้นฟูจิตใจ-ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ ที่ห้อง Conference Hall ชั้น 2 สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) โดยกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ จัดกิจกรรม “ยุติธรรมต้องมา เยียวยาต้องมี : 3 ปี พ.ร.บ.ทรมานฯ” แถลงผลการดำเนินงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พร้อมสะท้อนผลการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 (พ.ร.บ.ทรมานฯ)

สำหรับไฮไลต์ในปีนี้คือความคืบหน้าเรื่อง “ระเบียบคณะกรรมการป้องและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ว่าด้วยการช่วยเหลือเยียวยาและฟื้นฟูผู้เสียหาย พ.ศ.2568” ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2568

หลังจาก พ.ร.บ.ทรมานฯ มีผลบังคับใช้ครบ 3 ปี นับแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 คณะอนุกรรมการช่วยเหลือเยียวยาฯ ได้ให้การช่วยเหลือเยียวยาแล้ว 33 กรณี (ข้อมูล ณ วันที่ 22 มี.ค.68-22 ก.พ.69) แบ่งเป็น ฐานกระทำทรมาน 9 ราย (รายละ 500,000 บาท), ฐานกระทำการที่โหดร้ายฯ 20 ราย (100,000 – 250,000 บาท) และ ฐานกระทำให้บุคคลสูญหาย 4 ราย (500,000 บาท) รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 8,283,705 บาท

ทั้งนี้ สำหรับกรณีเป็นสามีภริยา (คู่สมรส) บุพการี ผู้สืบสันดานและได้รับผลกระทบโดยตรง มีอัตราการจ่าย 100,000 บาท

Advertisement

นอกจากนี้ ยังมีการช่วยเหลือในรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่ตัวเงิน อาทิ การประสานกำชับเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานต้นสังกัด ผู้กระทำความผิดขอโทษผู้เสียหายโดยเปิดเผยต่อสาธารณะ การฟื้นฟูด้านจิตใจแก่ผู้เสียหายหรือครอบครัวผู้เสียหาย เป็นต้น

บรรยากาศเวลา 09.30 น. มีการวิดีทัศน์ “From Justice to Remedy” สะท้อนกรณีตัวอย่างที่กรมคุ้มครองสิทธได้เข้าไปช่วยเหลือเหยื่อการซ้อมทรมาน ทั้งด้านคดี ตลอดจนการเยียวยาทั้งทางด้านเงินและสภาพจิตใจ

นายไตรยฤทธิ์ เตมหิวงศ์ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพและเลขาธิการอนุ กมธ. กล่าวว่า พ.ร.บ.ทรมานฯ ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2565 และมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2566 ซึ่งกรมคุ้มครองสิทธิฯถือเป็นหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ พ.ร.บ.ดังกล่าว รวมทั้งยังเป็นเลขานุการ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามฯ ร่วมกับภาคส่วนต่างๆ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา 3 ปี อย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ

การจัดงานในวันนี้ไม่เพียงรายงานความก้าวหน้าของการขับเคลื่อนงาน และการนำเสนอแผนดำเนินงานในอนาคตเท่านั้น แต่จะเป็นพื้นที่สื่อสารให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน สามารถบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงเป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาระบบให้ดียิ่งขึ้น รวมถึงสะท้อนเสียงของผู้เสียหายและส่งต่อกำลังใจให้แก่ผู้เสียหายและครอบครัว

“ทุกท่านจะได้รับฟังเสียงสะท้อนจากการถูกทรมาน การกระทำอย่างโหดร้าย และกระทำให้บุคคลสูญหาย ทุกท่านจะได้ร่วมกิจกรรมที่จำลองการถ่ายทอดความรู้สึก ซึ่งผู้ร่วมงานในวันนี้มีทั้งคณะกรรมการ อนุ กมธ. ผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรม นักวิชาการ ตลอดจนภาคประชาสังคม ประชาชนทั่วไป ต้องขอบคุณครอบครัวผู้เสียหายที่ได้ให้ความไว้วางใจ และร่วมเป็นพลังสำคัญในการผลักดันความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นด้วย” นายไตรยฤทธิ์กล่าว

ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า การบริหารความยุติธรรมเป็นนโยบายและพันธกิจที่สำคัญ ซึ่งกระทรวงยุติธรรมให้ความสำคัญและเร่งรัดหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ถือปฏิบัติและขับเคลื่อนมาโดยตลอด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย เป็นอีกหนึ่งพันธกิจสำคัญ ที่จะต้องดำเนินการให้ปรากฏผลอย่างแท้จริง ซึ่งตลอดเวลา 3 ปีที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ได้ถูกนำมาบังคับใช้ โดยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนได้อย่างดียิ่ง

“ผมในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันฯ ขอขอบคุณผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายไว้ ณ โอกาสนี้ ถือเป็นความก้าวหน้าอย่างเป็นรูปธรรมในการปฏิบัติ เพื่อยืนยันว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับความยุติธรรม

การเยียวยา ปกป้อง และฟื้นฟูศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ตามกฎหมาย พ.ร.บ.ทรมานฯ ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรมและทุกภาคส่วน จะร่วมกันมุ่งมั่นขับเคลื่อนภารกิจนี้ ให้เป็นไปโดยความเรียบร้อย และบรรลุผลตามเจตนารมณ์ของกฎหมายต่อไป” พล.ต.ท.รุทธพลกล่าว

จากนั้น เวลา 10.30 น. มีการแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “เสียงจากผู้เสียหาย : ความเจ็บปวดที่ไม่ควรเกิดซ้ำ” โดย น.ส.โสภาพรรณ พัดมาสกุล (มารดาพลทหารวรปรัชญ์) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำทรมาน, น.ส.สุรีวัลย์ รัชดารักษ์ (ผู้ปกครอง ด.ญ.เม แองเจิล อู) ผู้เสียหายจากการถูกกระทำการที่โหดร้าย และนายชัยยา ปันยาว ผู้เสียหายจากการถูกกระทำให้บุคคลสูญหาย

ต่อด้วยพิธีมอบเงินช่วยเหลือแก่ผู้เสียหายจากการถูกทรมาน ถูกกระทำการที่โหดร้าย และถูกกระทำให้สูญหาย โดย พล.ต.ท.รุทธพลมอบให้แก่ น.ส.โสภาพรรณเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท, น.ส.สุรีวัลย์ จำนวน 100,000 บาท และนายชัยยา จำนวน 500,000 บาท

ปิดท้ายด้วยวิดีทัศน์ “Brighter Day, Better Vision” ก่อนร่วมกิจกรรมภายในงาน “ยุติธรรมต้องมา เยียวยาต้องมี : 3 ปี พ.ร.บ.ทรมานฯ” ที่อัดแน่นไปด้วยนิทรรศการ บอกเล่าความคืบหน้าของการบังคับใช้กฎหมายฉบับใหม่อย่างละเอียด รวมถึงสะท้อนความร่วมมือของกระทรวงยุติธรรมไทย บนเวทีระหว่างประเทศ ทั้งในภูมิภาคอาเซียนและสากล ซึ่งนับว่ามีความก้าวหน้ากว่าประเทศอื่นๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

รวมไปถึงการร่วมเขียนข้อความ วาดใบหน้า เพื่อร่วมแสดงออกถึงการยืนเคียงข้างผู้เสียหาย, ตู้คีบของที่ละลึก Hands of hope โดยกิจกรรมที่ได้รับความสนใจอย่างมาก ‘ส่งต่อความห่วงใย…สู่หัวใจผู้เสียหาย’ ชักชวนผู้ร่วมงานมาร่วมร้อยพวงกุญแจด้วยลูกปัดสีสันสดใส เพื่อส่งกำลังใจให้กับเหยื่อการทรมานซึ่งส่วนมากเป็นเยาวชน ตลอดจนห้อง ‘Healing Harmony’ ฉายภาพและบทความ เพื่อช่วยส่งต่อข้อความฮีลใจ..ให้เบาลง

สำหรับผู้ที่ประสงค์ขอรับการเยียวยา สามารถยื่นเรื่องได้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ [email protected], ช่องทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เลขที่ 404 อาคารกระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งส่องห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือยื่นเรื่องได้ที่หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ทั้งส่วนกลางและภูมิภาค