ตร. บุกทลายแก๊งแจกซิม หลอกนักเรียนสแกนหน้าเปิดซิมผี ส่งสแกมเมอร์ ยึดซิม 2 พันชิ้น

25.02.26 | 16:00 น.

SAFE ดอย BOY บุกทลายแก๊งแจกซิมฟรี หลอกนักเรียนสแกนหน้าเปิดซิมผี ส่งสแกมเมอร์ ยึดของกลางกว่า 2 พันซิม

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป., พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว รอง ผบก.ป., พ.ต.อ.เอกสิทธิ์ ปานสีทา ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.เจษฎา แก้วจาเครือ รอง ผกก.4 บก.ป., พ.ต.ท.กิตติ ไชโย รอง ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ป., พ.ต.ท.ณรงค์ หาญสันเทียะ สว.กก.4 บก.ป. และ นายภัคพงศ์ พัฒนมาศ ที่ปรึกษาด้านรัฐกิจสัมพันธ์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ร่วมกันแถลงข่าว การปฏิบัติ SAFE ดอย BOY-รวบแก๊งแสบ หลอกนักเรียนร่วมกิจกรรม “แจกซิมฟรี” แต่ลงทะเบียนซิมผีส่ง SCAMMER

พ.ต.ท.เจษฎา กล่าวว่า จากการตรวจสอบของ ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ACSC) พบว่า ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2568 ตรวจสอบพบว่า หมายเลขโทรศัพท์ของคนร้ายที่ใช้ในการหลอกลวงสแกมเมอร์ ถูกลงทะเบียน โดยผู้ใช้งานเป็นเด็กและเยาวชนอายุไม่เกิน 15 ปี ทางตำรวจจึงตรวจสอบ กลับไปยังรายชื่อเด็ก พบว่า โรงเรียนแห่งหนึ่งที่ พื้นที่ห่างไกลในจังหวัดเชียงใหม่ มีกลุ่มคนร้าย อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนจากบริษัทเครื่อข่ายมือถือ มาขอทำกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับสแกมเมอร์และแจกซิมฟรีเพื่อการศึกษา จึงได้มีการสั่งการให้ กก.4 บก.ป. ทำการสืบสวนหาข้อเท็จจริง

โดยสืบทราบพฤติการณ์ว่าจะทำทีขอความร่วมมือกับโรงเรียน ให้คัดเด็กนักเรียนที่มีบัตรประชาชนอายุตั้งแต่ 9-15 ปี มาร่วมกิจกรรม จากนั้นก็มีการให้เด็กไปแสกนหน้า หลายครั้ง รวมถึงยังถ่ายบัตรประชาชนของเด็กนักเรียนไปอีกด้วย

Advertisement

จากการตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนร้าย ได้ให้เด็กสแกนหน้าหลายครั้ง เพื่อที่จะนำการบันทึกการสแกนหน้าไปเปิดซิมผี จากนั้นจะนำซิมให้เด็ก 1 ซิม แต่ซิมที่เหลือที่ได้รับการสแกนหน้าจะนำไปขายให้กับแก๊งสแกมเมอร์ และกลุ่มคนร้ายจะได้เลือกโรงเรียนในพื้นที่ชายแดน ห่างไกล บนภูเขาสูง เพื่อจะได้ห่างไกลต่อการตรวจสอบ

จากนั้น เมื่อวานนี้ 24 กุมภาพันธ์ ตำรวจได้ออกหมายจับและเข้าค้น 8 จุดในพื้นที่ จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย สมุทรปราการ และ ประจวบคีรีขันธ์ สามารถจับกุม ผู้ต้องหาได้ 3 ราย ได้เเก่ 1.นายปรัชญาฯ ​(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี 2.น.ส.จิราภรณ์ฯ ​(สงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี 3.น.ส.เบญจมาศฯ ​(สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี

พร้อมยึดของกลางเป็นซิมโทรศัพท์มือถือ 2,160 ซิม, โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง, เอกสารเกี่ยวกับตัวแทนจำหน่ายซิม 1 ฉบับ และ เอกสารโฆษณาขายซิม เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันเป็นธุระจัดหา เพื่อให้มีการซื้อ หรือขายหมายเลขโทรศัพท์สำหรับการบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ซึ่งลงทะเบียนผู้ใช้บริการในนามของบุคคลหนึ่งบุคคลใดแล้ว แต่ไม่สามารถระบุตัวผู้ใช้บริการได้ , ร่วมกันเป็นผู้เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับบุคคล ซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อนำไปใช้หรือใช้บุคคลอื่นใช้ในการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี กระทำโดยการขายหรือแสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย”

ด้วยผู้ต้องหาทั้งหมดให้การปฏิเสธอ้างว่าเด็กยินยอมสแกนให้หน้าด้วยตัวเองไม่ได้บังคับและเคยจัดกิจกรรมแบบนี้มาแล้ว 2 ครั้ง ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย

นอกจากนี้ ในกลุ่มที่คนร้ายเข้าไปแสกนหน้าเด็ก พบว่ามีการนำไปก่อเหตุกระทำความผิด จำนวน 2 ซิม ซึ่งตำรวจและตัวแทนเครือข่ายมือถือได้นำข้อมูลไปให้พนักงานสอบสวนว่า เบอร์ที่นำมาหลอกการกระทำความผิดเป็นเด็กถูกหลอกให้เปิดซิมมาเพื่อเป็นข้อมูลในการสอบสวนและไม่ดำเนินคดีกับเด็ก ส่วนซิมที่ตรวจยึดของกลางมาจะนำไปตรวจสอบว่าซิมไหนเป็นของเด็กที่ถูกหลอกให้สแกนหน้า

นายภัคพงศ์ กล่าวว่า ทางบริษัท ทรูฯ เเละ ตร. มี ความร่วมมือในการปราบปรามภัยไซเบอร์ ซึ่งหลังจากที่บริษัทได้รับข้อมูลจากตำรวจเคสนี้ เราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ซึ่งดำเนินการทันทีในการยกเลิกสัญญาทันทีคู่ค้ารายนี้ทันที จากนี้ทางบริษัทอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบว่าทางบริษัทเกิดความเสียหายก็จะมีการฟ้องร้อง ยืนยันว่าทางเราต้องการให้ลูกค้าที่ใช้บริการมีความปลอดภัยในการใช้บริการอย่างดีที่สุด