ผบช.ภาค 4 สั่งสอบวินัย รองผกก. คว้าขวดเบียร์ตีหัวหญิง คาร้านเนื้อย่างชัยภูมิ

28.02.26 | 12:14 น.

ผบช.ภาค 4 สั่งสอบวินัย รองผกก. คว้าขวดเบียร์ตีหัวหญิง คาร้านเนื้อย่างชัยภูมิ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.ต.ท.สันติ ชัยนิรามัย ผบช.ภ.4 เปิดเผยว่า กรณีข้าราชการตำรวจ ระดับรอง ผกก.ฯ สังกัดตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ด เข้าไปเกี่ยวข้องกับเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้านอาหารในพื้นที่ อ.หนองบัวแดง จ.ชัยภูมิ ขณะนี้ได้สั่งการให้ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ทำการตรวจสอบกรณีดังกล่าวแล้ว ว่าเหตุทะเลาะวิวาทที่มีภาพนายตำรวจเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์นั้นเป็นนายตำรวจสังกัด ภ.จว.ร้อยเอ็ดจริงหรือไม่ และถ้ามีตำรวจในสังกัดเกี่ยวข้องจริง ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายด้วย

“ขณะนี้ ผบก.ภ.จว.ร้อยเอ็ด ได้รายงานมายัง บช.ภ.4 ว่า สภ.หนองบัวแดง ซึ่งเป็นท้องที่เกิดเหตุ ได้รายงานมายัง ภ.จว.ร้อยเอ็ด ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งเหตุทะเลาะวิวาทภายในร้านอาหารและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ และแนะนำให้คู่กรณี แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน โดยพนักงานสอบสวน สภ.หนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ได้แจ้งข้อกล่าวหาแก่ข้าราชการตำรวจดังกล่าว (พ.ต.ท.วชิระ นิลเกษม รอง ผกก.สส.สภ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด) รับทราบแล้วว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ แต่ผู้ถูกกล่าวหาได้ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมาย ตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิจึงได้รายงานเหตุข้าราชการตำรวจต้องคดีอาญามายังต้นสังกัดของข้าราชการตำรวจดังกล่าวทราบแล้ว”

ผบช.ภ.4 กล่าวต่อว่า สำหรับการดำเนินคดีอาญานั้น เป็นอำนาจหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในท้องที่เกิดเหตุ มีการดำเนินการอย่างเป็นธรรม ไม่เลือกปฏิบัติ ไม่คำนึงถึงยศตำแหน่งหรือสถานะของผู้ถูกกล่าวหา ในส่วนทางวินัย ตำรวจภูธรจังหวัดร้อยเอ็ดได้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงควบคู่กันไปด้วย เพื่อพิจารณาว่าการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายฝ่าฝืนระเบียบหรือวินัยข้าราชการตำรวจหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจะดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยอย่างเคร่งครัด โดยไม่เข้าข้างเจ้าหน้าที่ตำรวจแต่อย่างใด

“ขอยืนยันว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับมาตรฐานทางจริยธรรมของข้าราชการตำรวจอย่างตรงไปตรงมา โปร่งใส เป็นธรรม และยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ เพื่อธำรงไว้ซึ่งความเชื่อมั่นและศรัทธาของประชาชนต่อองค์กรตำรวจ”

Advertisement