ตำรวจจับ 2 คนร้าย ขี่จยย.กระชากกระเป๋าสาวฮ่องกง บนรถตุ๊กตุ๊ก พบตระเวนก่อเหตุมาหลายพื้นที่ 

3.03.26 | 10:38 น.

ตำรวจจับ 2 คนร้าย ขี่ จยย.กระชากกระเป๋าสาวฮ่องกง บนรถตุ๊กตุ๊ก พบตระเวนก่อเหตุมาหลายพื้นที่ 

จากกรณีคดีคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์ประกบรถตุ๊กตุ๊ก ก่อนกระชากกระเป๋านักท่องเที่ยวหญิงชาวฮ่องกงกลางดึก หลังจ้างรถตุ๊กตุ๊กจากตลาดสำเพ็ง เพื่อกลับที่พักโรงแรมแกรนด์เซ็นเตอร์พอยต์ ราชดำริ ระหว่างรถวิ่งบนถนนพระราม 1 บริเวณหน้าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน คนร้ายชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเข้ามาประกบด้านขวา โดยผู้ซ้อนท้ายเอื้อมกระชากกระเป๋าสะพายสีขาวของผู้เสียหาย เกิดการยื้อยุด ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บที่นิ้วกลางและนิ้วนางมือซ้าย ก่อนคนร้ายเร่งเครื่องหลบหนีไปทางแยกปทุมวันนั้น

ความคืบหน้า วันที่ 3 มี.ค. พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.น.6 เปิดเผยว่า ภายหลังจากเกิดเหตุ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. ได้สั่งการให้เร่งรัดติดตามจับกุม โดยให้แต่ละพื้นที่พิสูจน์ทราบข้อมูลจนทราบว่า ผู้ต้องหาดังกล่าวได้ร่วมก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ 3 แห่ง 1.พื้นที่ สน.ห้วยขวาง เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 บริเวณถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพระราม 9 แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ 2.พื้นที่ สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่วันที่ 25 ก.พ.2569 เวลา 01.34 น. บริเวณหน้าป้ายรถเมล์ หน้าเทคโนปทุมวัน ถนนพระราม 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร และ 3.สน.ลุมพินี เมื่อวันที่ 25 ก.พ.2569 เวลาประมาณ 00.01 น. บริเวณหน้าปั๊ม ปตท. แยกนานา สุขุมวิท 4 แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ

จากการบูรณาการกำลังร่วมกันชุดสืบสวน สน.ปทุมวัน ชุดสืบสวนนครบาล 6 ชุดสืบสวน สน.ลุมพินี ชุดสืบสวนนครบาล 5 ชุดสืบสวน สน.ห้วยขวาง ภายหลังจากเกิดเหตุสามารถรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับกุมนายไกรวิทย์ หรือโบ๊ท อายุ 28 ปี ผู้ต้องหา ตามหมายจับที่ 259/2569 ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เมื่อเจ้าหน้าที่ทั้งหมดร่วมกันติดตามจับกุมตัวจึงเอามีดจี้คอเพื่อนเป็นตัวประกันเหตุเกิดในพื้นที่ สน.ลาดพร้าว จนกระทั่งเจรจาสำเร็จอายัดตัวดำเนินคดีดังกล่าว

ส่วนผู้ต้องหาอีก 1 ราย สามารถรวบรวมพยานหลักฐานพิสูจน์ทราบได้เป็นผู้ร่วมก่อเหตุซ้อนท้ายนายไกรวิทย์ หรือโบ๊ท คือนายปฎิภาณ หรือเหีย อายุ 29 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับหมายจับที่ 260/2569 ข้อหาร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและเป็นเหตุให้ผู้อื่นรับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ชุดสืบสวนทั้งหมดได้ร่วมกันจับกุมได้ที่บ้านพักภายในซอยประเสริฐมนูกิจ 34 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 1 มี.ค.ที่ผ่านมา

Advertisement

จากการสอบสวนทราบว่านายไกรวิทย์ หรือโบ๊ท ได้มาที่บ้าน และบอกว่าจะพาไปรับรถของตนอีกคันที่ซ่อมอยู่ที่ร้านซ่อมรถของเพื่อนนายโบ๊ท จึงได้ยืมรถของแฟนคันที่ใช้ก่อเหตุ ขับออกมา แต่ไม่ได้ขับไปที่อู่ซ่อมรถ ในระหว่างทางได้ทำการจอดถอดป้ายทะเบียนรถออก และมาก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ สน.ลุมพินี หลังจากนั้นได้ขับรถวนมาที่บริเวณหน้าสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน พบผู้เสียหายนั่งอยู่บนรถสามล้อ นายโบ๊ทได้ทำการกระชากกระเป๋าสะพายของผู้เสียหาย หลังจากก่อเหตุได้ขับหลบหนี และขับเข้าไปติดแผ่นป้ายทะเบียนกลับคืน และออกขับออกไปทานข้าวกัน ก่อนแยกย้ายกันกลับ โดยตนได้ส่วนแบ่งจากนายโบ๊ท จำนวนพันกว่าบาท ส่วนเหตุที่พื้นที่ สน.ห้วยขวาง นายโบ๊ทเอารถจักรยานยนต์ของพ่อตนก่อเหตุ สาเหตุที่ทำไปเพียงต้องการนำเงินมาใช้จ่ายเท่านั้น