สัปเหร่อสนม ให้การภาคเสธ อ้างเหยื่อยินยอม ตร.ค้านประกัน จ่อฝากขัง 4 มี.ค.
จากกรณีตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมตัวนายสนม ผิวบาง หรือสัปเหร่อสนม อายุ 81 ปี สัปเหร่อชื่อดัง จ.อ่างทอง หลังหลบหนีไปที่ จ.แพร่ เมื่อวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา เพราะถูกกลุ่มผู้เสียหายแจ้งความว่าถูกอนาจารขณะเข้าไปทำพิธีอาบน้ำมนต์แก้คุณไสย
ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 3 มีนาคม ที่ศูนย์รับแจ้งความ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พ.ต.อ.ปทักข์ ขวัญนา รองผู้บังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำสัปเหร่อสนมยังคงให้การภาคเสธ โดยยอมรับเฉพาะในข้อเท็จจริง คือกระทำกับผู้เสียหายจริง แต่อ้างว่าผู้เสียหายยินยอม โดยระหว่างสอบปากคำสัปเหร่อสนมก็มีอาการเครียด
มีรายงานว่า ขณะจับกุมสัปเหร่อสนมที่บ้านลูกศิษย์ใน จ.แพร่ สามารถยึดมีดหมอและลูกกาเราะที่สัปเหร่อสนมใช้ในการทำพิธี และใช้สิ่งเหล่านี้สัมผัสละเมิดร่างกายของผู้เสียหาย รวมถึงทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัวว่าจะโดนทำร้าย จนไม่กล้าขัดขืน
ปัจจุบันมีผู้เสียหายมาแจ้งความแล้ว 7 คน และได้ออกหมายจับไว้แล้ว 7 หมาย ในข้อหากระทำการอนาจารแก่บุคคลอายุกว่า 15 ปี ต่อหน้าธารกำนัล โดยใช้กำลังประทุษร้าย และใช้วัตถุล่วงล้ำอวัยวะเพศบุคคลอื่น เป็นการกระทำต่างวาระ แต่ตำรวจเชื่อว่ายังมีผู้เสียหายรายอื่นอีกเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่กล้าแจ้งความ

จึงอยากประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายอื่นตกเป็นเหยื่อขอให้เข้าแจ้งความกับตำรวจ ตำรวจพร้อมรับแจ้งความและจะปกปิดข้อมูลผู้เสียหายเป็นความลับ
อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าพยานหลักฐานอย่างมีดหมอและลูกกาเราะที่ตรวจยึดได้ หากมีการชะล้างไปแล้ว ไม่ใช่กรณีที่เพิ่งเกิด อาจไม่สามารถตรวจหาดีเอ็นเอเปรียบเทียบกับผู้เสียหายได้ แต่ทางตำรวจก็มั่นใจในพยานหลักฐาน เพราะมีคำให้การจากผู้เสียหายและพยานบุคคลจำนวนมาก โดยวันนี้จะมีการนำตัวไปสอบปากคำเพิ่มเติม และเตรียมนำตัวไปฝากขังต่อศาลอาญาภายในวันพรุ่งนี้ (4 มี.ค.) พร้อมคัดค้านการประกันตัว
ส่วนภรรยาของสัปเหร่อสนมจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและคำให้การของผู้เสียหายว่ามีพฤติการณ์ร่วมในการกระทำความผิดด้วยหรือไม่ หรือเพียงอยู่ด้วยกันเฉยๆ ในฐานะสามีภรรยา แต่หากพยานหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงบุคคลใด ตำรวจก็จะดำเนินคดีทั้งหมด
ส่วนร่างเด็กทารกที่นำมาประกอบพิธีและถูกฝังไว้ที่สุสานในพื้นที่ จ.อ่างทอง เชื่อว่าน่าจะมีร่างทารกจำนวนมาก เพราะก่อตั้งสำนักมานาน 46 ปีแล้ว ทาง บก.ป.จะประสานตำรวจ สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง เป็นผู้ดำเนินการ และหากพนักงานสอบสวน สภ.วิเศษชัยชาญ เห็นว่าพยานหลักฐานใดเป็นประโยชน์ต่อการทำคดีลวนลามนักข่าวช่องดังที่ยังค้างอยู่ที่ สภ.วิเศษชัยชาญอีก 1 คดี บก.ป.ก็จะส่งพยานหลักฐานต่างๆ ไปให้ดำเนินการต่อ
ส่วนความคืบหน้าทางฝั่ง สภ.วิเศษชัยชาญ พ.ต.อ.พัทธนันท์ ทรงสมถวิล ผู้กำกับการ สภ.วิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานญาติของทารกที่นำมาทำพิธี เพื่อเก็บตัวอย่างดีเอ็นเอ นำไปเทียบกับร่างทารก คาดว่าจะใช้ระยะเวลา 15 วัน ตั้งแต่วันที่ 1-15 มีนาคม 2569 ซึ่งขณะนี้มีญาติเดินทางมาติดต่อทั้งหมด 3 เคสแล้ว และสามารถตรวจพิสูจน์คืนร่างทารกไปแล้ว 2 เคส หากหลังจากนี้ไม่มีญาติเดินทางเข้ามาติดต่อเพื่อขอรับร่างทารกกลับไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนา ตำรวจพร้อมด้วยสำนักงานพระพุทธศาสนาจ.อ่างทอง ก็จะดำเนินการรื้อสุสานล้างป่าช้าและทำบุญครั้งใหญ่ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ทารกที่ถูกฝังในสุสานแห่งนี้ โดยมีกำหนดการเบื้องต้นเป็นช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้

