เจ๊อ้อย ยิ้มมั่นใจ หลังศาลนัดสอบพยาน กรณีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ทนายตั้ม ข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ

4.03.26 | 09:55 น.
เจ๊อ้อย
แฟ้มภาพ

เจ๊อ้อย ยิ้มมั่นใจ หลังศาลนัดสอบพยาน กรณีเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง ทนายตั้ม ข้อหาฉ้อโกงเป็นปกติธุระ

 

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 4 มีนาคม ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก นัดสอบคำให้การ กรณีที่ อัยการพิเศษ ร่วมกับ นางสาวจตุพร อุบลเลิศ หรือ เจ๊อ้อย เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือ ทนายตั้ม , นางปทิตตา เบี้ยบังเกิด หรือ เดือน ภรรยาของทนายตั้ม และ นางสาวปิณฑิรา การิวัลย์ หรือ ดาว พี่สาวของภรรยาทนายตั้ม ในข้อหา ฉ้อโกง , ฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ , ฟอกเงิน และ ร่วมกันฟอกเงินและสมคบฟอกเงิน

โดย น.ส.จตุพร อุบลเลิศ หรือเจ๊อ้อย  เดินทางมาถึงศาลอาญา พร้อมกับทีมทนายความ โดยทุกคน มาด้วยท่าทีมั่นใจ ก่อนจะยิ้มทักทายสื่อมวลชน แต่ไม่ได้ให้สัมภาษณ์แต่อย่างใด

นอกจากนี้ นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ ประธาน มูลนิธิยามเฝ้าแผ่นดิน ที่ได้เดินทางมายังศาลเพื่อให้กำลังใจเจ๊อ้อย รวมถึงสังเกตการณ์ โดยบอกว่าคดีนี้แบ่งออกเป็น 2 ศาล ศาลแพ่ง และ ศาลอาญา ซึ่งศาลแพ่ง ได้มีคำสั่งยกคำร้อง และสั่งคืนทรัพย์สินทั้งหมด ทั้งที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร รวมมูลค่าประมาณ 71 ล้านบาท ที่ถูก ปปง. อายัดให้คืนกับทนายตั้ม เนื่องจากเห็นว่า เหตุผลและพยานหลักฐานยังไม่เพียงพอที่จะรับฟังได้ว่า ทนายตั้มมีพฤติการณ์ฉ้อโกง อันเป็นปกติธุระอันเป็นความผิดมูลฐานฟอกเงิน

ซึ่งนายปานเทพ บอกว่า อัยการสืบพยานเพียง 1 ปาก ซึ่งเป็นพนักงานเอกสารของ ปปง. เท่านั้น ไม่ใช่ฝ่ายสืบสวน ตนมองว่า เป็นข้อที่ทำให้คดีอ่อน และไม่ปรากฏว่าอัยการไม่ได้ซักฟ้องค้านทนายตั้มและภรรยา แต่ผลการตัดสินของแพ่ง ไม่ได้ส่งผลทางคดีของอาญา ซึ่งผลของอาญา จะสามารถเปลี่ยนแปลงผลของแพ่งได้และการเบิกความในวันนี้ทนายอ้อยจะเป็นปากแรกในการเบิกความ

Advertisement

สำหรับคดีอาญา ที่โจทก์ยื่นฟ้องนั้นมีจำเลย 7 คน ประกอบด้วยทนายตั้ม, ภรรยา, พี่สาวภรรยา, นายนุ, น.ส.สา ภรรยานายนุ, และ พนักงานโชว์รูมรถยนต์ อีก 2 ราย

โดยในคดีอาญามีการแบ่งฟ้องไปทั้งหมด 3 ส่วน คือ กลุ่มทนายตั้ม ภรรยาและพี่สาวภรรยา , กลุ่ม นุ สา  และกลุ่มพนักงาน โชว์รูม ซึ่งทั้ง 4 คน ที่เกี่ยวข้องกับการโอนเงิน 39 ล้านบาท ได้มารับสารภาพ 2 ปาก และมีการลดใช้เงินจำนวน 19 ล้านบาท และอีก 2 ปาก ที่เกี่ยวข้องกับการซื้อรถและออกใบเกินราคา ก็มารับสารภาพแล้ว ฉะนั้น 4 ปากได้สารภาพและศาล ได้ตัดสินแล้วและอยู่ระหว่างที่ พนักงานอัยการยื่นอุทธรณ์

ส่วนกลุ่มทนายตั้มภรรยาและพี่สาวภรรยา ต้องพิสูจน์ ในเรื่องของการหลอกลงทุนหวยออนไลน์ ส่วนนี้ยังไม่มีการสารภาพ และต้องนำสืบกันอีก

นายปานเทพ บอกว่าหากกลุ่มทนายตั้มมีการรับสารภาพ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับการลดโทษ ฉะนั้นวันนี้ต้องดูท่าทีของจำเลย ว่าจะมีท่าทียังไงส่วนการนัดสืบพยานศาลท่านนัดสามวันติด คือวันที่ 4-6 มีนาคม

ขณะที่ทีมข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถาม นายพินิจ ลักษณวิศิษฏ์ ทนายความของทนายตั้ม ระบุว่าวันนี้ศาลต้องเบิกตัวทนายตั้มมาจากเรือนจำ และทนายตั้มจะเป็นคนถามซักค้านฝ่ายโจทก์ด้วยตนเอง เมื่อทีมข่าวสอบถามว่าสามารถทำได้หรือไม่ทนายบอกว่าสามารถทำได้เนื่องจากตัวจำเลยมีความรู้ด้านกฎหมาย และทนายตั้ม สามารถซักค้านโจทก์ด้วยชุดนักโทษเรือนจำ และคาดว่าจะใช้เวลาทั้งวันในการสอบพยาน