บุกทลายโกดังสินค้าจีน ละเมิดลิขสิทธิ์ ยึดแก้วชินจัง ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 1,700 ชิ้น จับแรงงานผิดกม.เพียบ

7.03.26 | 15:09 น.
ทลายโกดังสินค้าจีน

บุกทลายโกดังสินค้าจีน ละเมิดลิขสิทธิ์ ยึดแก้วชินจัง ละเมิดลิขสิทธิ์กว่า 1,700 ชิ้น จับแรงงานผิดกม.เพียบ

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยว กก.1 บก.ทท.3 เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นโกดังสินค้าในพื้นที่ ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังได้รับเบาะแสว่ามีการลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ พบของกลางแก้วน้ำเก็บความเย็น ละเมิดลิขสิทธิ์ กว่า 1,700 ชิ้น พร้อมแรงงานต่างด้าวทำงานผิดกฎหมายอีกหลายราย

ภายใต้นโยบายของ พล.ต.ท.ศักย์ศิรา เผือกอ่ำ ผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว โดยมี พ.ต.อ.กรฤวิศวร์ ทองศรีวาณิช ผกก.1 บก.ทท.3 อำนวยการสั่งการ ให้ พ.ต.ต.เหมชาติ ธนาภักดีโชติ สว.กก.1 บก.ทท.3 นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนเข้าดำเนินการตรวจค้นโกดังสินค้าดังกล่าว ตามหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร สืบเนื่องจากผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้รับมอบอำนาจจากบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ แจ้งเบาะแสว่า มีร้านค้าออนไลน์โฆษณาจำหน่าย แก้วน้ำผ่านแอพพลิเคชั่น Shopee โดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จึงสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานและยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอหมายค้น

จากการตรวจค้นภายในโกดัง พบแก้วน้ำเก็บความเย็นลวดลายตัวละคร “เครยอน ชินจัง” จำนวนประมาณ 1,700 ชิ้น ซึ่งเข้าข่ายเป็นสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ รวมถึงสินค้าต้องสงสัยอื่นอีกหลายรายการ พร้อม อุปกรณ์บรรจุสินค้า เครื่องคอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ฉลากสำหรับการจัดส่งพัสดุ ซึ่งใช้ในการดำเนินกิจการร้านค้าออนไลน์ เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ในที่เกิดเหตุพบ หญิงไทย อายุ 45 ปี แสดงตัวเป็นผู้ดูแลโกดัง โดยให้การว่าทำหน้าที่จัดเตรียมสินค้า บรรจุ และจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อที่เข้ามาจากระบบร้านค้าออนไลน์

นอกจากนี้ ระหว่างการตรวจค้นยังพบ แรงงานต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จำนวน 7 ราย ทำหน้าที่บรรจุสินค้า เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารการทำงานพบว่า ไม่ได้ทำงานกับนายจ้างหรือสถานที่ตามที่ได้รับอนุญาต จึงควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมาย

Advertisement

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่แจ้งข้อกล่าวหาผู้ดูแลโกดังในความผิดฐาน “ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ด้วยการขาย เสนอขาย หรือมีไว้เพื่อจำหน่ายงานอันมีลิขสิทธิ์โดยไม่ได้รับอนุญาต” ตาม พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 ส่วนแรงงานต่างด้าวถูกแจ้งข้อหา “เป็นคนต่างด้าวทำงานกับนายจ้างหรือสถานที่ไม่เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาต” ตาม พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.โคกขาม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตำรวจท่องเที่ยวระบุว่า ปัจจุบันการจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์จำนวนมากมีการใช้ ช่องทางออนไลน์และระบบคลังสินค้าเป็นฐานกระจายสินค้า อีกทั้งบางกรณียังพบลักษณะ การใช้บุคคลไทยถือครองกิจการแทนกลุ่มทุนต่างชาติ (นอมินี) เพื่อหลีกเลี่ยงข้อกฎหมาย เจ้าหน้าที่จึงเพิ่มความเข้มงวดในการสืบสวนติดตาม โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อคุ้มครองสิทธิของผู้ประกอบการและสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ