นักธุรกิจชาย ทำจมูก คลินิกชื่อดัง ผ่าตัดเสร็จ1 สัปดาห์ ยังไม่รู้สึกตัว ไตวาย- เสี่ยงเจ้าชายนิทรา

8.03.26 | 15:44 น.

ครอบครัวนักธุรกิจชาย ร้องสายไหมต้องรอด นักธุรกิจไปทำจมูก คลินิกชื่อดัง ราคากว่า 480,000 บาท ผ่าตัดเสร็จไม่รู้สึกตัว แพทย์แจ้งมีภาวะไตวายและเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา คลินิกบ่ายเบี่ยงอ้างรอสรุปผลการประชุม

เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครอบครัวนักธุรกิจหนุ่ม เดินไปร้องเรียน เพจสายไหมต้องรอด หลังจากที่นักธุรกิจรายดังกล่าวไปใช้บริการผ่าตัดศัลยกรรมจมูกที่คลินิกชื่อดังแห่งหนึ่ง ซึ่งมีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ รวมราคากว่า 480,000 บาท ปรากฏว่าภายหลังผ่าตัดเสร็จ ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ นักธุรกิจหนุ่มรายนี้ไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลย ไม่รู้สึกตัว ค่ารักษาพยาบาลทะลุ 2 ล้านบาท

นายจิรภัทร อายุ 34 ปี ซึ่งเป็นน้องชายของผู้เสียหาย เล่าว่า พี่ชายของตนอายุ 37 ปี ได้ไปผ่าตัดศัลยกรรมจมูกและคางที่คลินิกแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 4 มีนาคมที่ผ่านมา โดยคลินิกดังกล่าวเป็นคลินิกที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่างมาก ซึ่งก่อนหน้านี้พี่ชายก็ได้แจ้งให้กับตนและครอบครัวทราบ รวมทั้งได้จ่ายเงินค่าหัตถกรรมไปแล้วประมาณ 480,000 บาท ซึ่งทางครอบครัวก็ไม่ได้ติดขัดอะไร เพราะเห็นว่าเป็นคลินิกที่โด่งดัง มีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์และดูน่าเชื่อถือ

ปรากฏว่าหลังจากที่พี่ชายผ่าตัดศัลยกรรม จนถึงช่วงกลางดึกทางแพทย์กับแจ้งว่า พี่ชายไม่มีสติรู้สึกตัว มีภาวะหัวใจเต้นแรง คาร์บอนไดออกไซด์ในร่างกายสูง และชีพจรเต้นเร็ว จึงได้รีบนำส่งโรงพยาบาล  เส้นทางแพทย์วินิจฉัยเบื้องต้นเห็นว่า พี่ชายของตนอาการไม่ตอบสนอง รูม่านตาไม่ขยาย ซ้ำยังมีอาการไข้ขึ้นสูง ต้องเจาะคอใส่เครื่องช่วยหายใจ ที่สำคัญคือ เริ่มมีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจฉีกและไตวายเฉียบพลัน ต้องดำเนินการฟอกไต ซึ่งผ่านมาถึงวันนี้พี่ชายของตนก็ยังไม่รู้สึกตัว

นายจิรภัทรยังกล่าวว่า ตนรู้สึกช็อกตกใจอย่างมาก เพราะพี่ชายของตนนั้นเป็นคนที่มีร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัว และออกกำลังกายเป็นปกติ ไม่เคยล้มป่วยแบบนี้มาก่อน ซึ่งตอนนี้หมอก็ยังไม่สามารถสรุปสาเหตุได้ชัดว่าเป็นผลจากการทำหัตถกรรมหรือการดมยาสลบของคลินิกหรือไม่ แต่ตนเองมองว่าคลินิกต้องมีส่วนรับผิดชอบ เพราะทำให้พี่ชายของตนต้องมาล้มป่วยแบบนี้ และยืนยันว่าที่ผ่านมาพี่ชายก็เคยผ่าตัดศัลยกรรม แต่ไม่เคยดมยาสลบมาก่อน นี่จึงเป็นครั้งแรกที่ดมยาสลบ

ที่ผ่านมา ทางคลินิกก็ยังไม่มีข้อสรุปแน่ชัดว่าจะดูแลพี่ชายของตนหรือไม่ เวลาสอบถามก็บ่ายเบี่ยงอ้างว่าให้รอสรุปผลการประชุมจากคณะผู้บริหารก่อน เคยบอกว่าจะรับผิดชอบบางส่วนแต่ก็ยังไม่มีความชัดเจน ตอนนี้ทางครอบครัวจึงทำได้เพียงแค่รอย้ายไปยังโรงพยาบาลที่รองรับสิทธิบัตรทอง เนื่องจากตอนนี้ค่ารักษาพยาบาลทะลุสูงถึง 2 ล้านบาท ถ้าจะให้สำรองจ่ายก่อนก็เกรงว่าจะไม่ไหว รวมทั้งเกรงว่าค่ารักษาพยาบาลจะบานปลายไปมากกว่านี้ เบื้องต้นทางครอบครัวทำได้เพียงแค่เซ็นยอมรับสภาพค่าใช้จ่ายกับทางโรงพยาบาลไปก่อน

Advertisement

สาเหตุที่ตนมาร้องเรียน เป็นเพราะอยากให้ทางคลินิกมีความชัดเจนในเรื่องของการช่วยเหลือดูแลและรับผิดชอบกับอาการป่วยของพี่ชายของตน เพราะถ้าพี่ชายของตนไม่มาผ่าตัดศัลยกรรมที่นี่ ก็คงไม่ต้องล้มป่วยแบบนี้ จากคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง แต่ตอนนี้ต้องมาเจอภาวะไตวายและเสี่ยงเป็นเจ้าชายนิทรา เชื่อว่ายังไงคลินิกต้องรับผิดชอบด้วย ควรจะต้องมาร่วมเซ็นรับสภาพค่ารักษาพยาบาลด้วยซ้ำ

ตอนนี้ขอแค่ทำให้พี่ชายของตนกลับมาเป็นปกติให้ได้ก่อน เพราะเขาเป็นเสาหลักของครอบครัว ต้องดูแลทั้งครอบครัว ธุรกิจ และลูกน้อง ส่วนสาเหตุจะมาจากคลินิกจริงหรือไม่ ค่อยมาพิสูจน์ภายหลังกันก็ได้ ขอแค่ให้ทางคลินิกแสดงสปิริตมาช่วยรับผิดชอบก็เป็นพอ แต่ถ้าทางคลินิกยังเพิกเฉยไม่มาช่วยเหลือ ก็คงจะต้องพิจารณาเรื่องของการใช้ข้อกฎหมายต่อไป

โดยหลังจากนี้ ทางเพจสายไหมต้องรอดจะดำเนินการประสานกับกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เพื่อมาตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณีดังกล่าว ทั้งเรื่องอาการป่วยของผู้เสียหายและสาเหตุว่ามาจากคลินิกจริงหรือไม่ เพื่อเป็นการเยียวยาและให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย

ที่มาข่าวสด