ผู้เสียหายกว่า 30 คน ร้องถูกนักธุรกิจชื่อดัง สามีนางเอกสาวช่องดิจิทัล หลอกลงทุน สูญเฉียด 1.4 พันล้าน

9.03.26 | 12:45 น.

ผู้เสียหายกว่า 30 คน ร้องถูกนักธุรกิจชื่อดัง สามีนางเอกสาวช่องดิจิทัล หลอกลงทุน สูญเฉียด 1.4 พันล้าน


เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 นายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมทีมงานพากลุ่มผู้เสียหาย กว่า 30 คน เข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน บก.ปอศ. เพื่อดำเนินคดีกับนักธุรกิจชื่อดัง สามีของนางเอกสาวสังกัดช่องดิจิทัล หลังถูกหลอกลงทุนสกุลเงินดิจิทัล มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 1,386 ล้านบาท

นายแทนคุณระบุว่า ผู้เสียหายหลงเชื่อร่วมลงทุนในเหรียญสกุลเงินดิจิทัลชื่อ “WOWBiT” และ “ACET ONLY” โดยมีนักธุรกิจดัง เป็นผู้ชักชวน โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 500 เท่า ของเงินลงทุน
แต่เมื่อถึงกำหนดสัญญา (1 มี.ค.2569) ผู้เสียหายกลับไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่า “ระบบถูกแฮ็ก” และติดปัญหากฎหมายฟอกเงินระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าในปี 2568 บุคคลดังกล่าว เคยถูกออกหมายจับข้อหาฉ้อโกงประชาชนมาแล้ว ปัจจุบันพบเบาะแสว่า หลบหนีไปอยู่ที่ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ)

Advertisement

ขณะที่ผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า นักธุรกิจคนดังกล่าส จะใช้โปรไฟล์หรู ถ่ายภาพคู่กับคนดังสร้างความเชื่อถือและที่หลงเชื่อเพราะสร้างภาพลักษณ์เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านคริปโทฯ ที่รวยที่สุดในไทย มักลงภาพคู่กับบุคคลระดับโลกและอดีตนายกรัฐมนตรี

“บางคนเอาเงินก้อนสุดท้ายมาลงทุนเพื่อหวังนำไปรักษามะเร็ง แต่สุดท้ายเงินหายจนเสียชีวิตไปก็มี ขณะที่คนโกงกลับไปอยู่สุขสบายที่ดูไบ แถมยังส่งข้อความมาด่าทอผู้เสียหายว่า ‘โง่’ และข่มขู่ว่าฟ้องไปก็ไม่ชนะ”

นายแทนคุณมองว่าพฤติกรรมดังกล่าวเข้าข่ายความผิดหลายกระทง ได้แก่ 1.พ.ร.ก.การกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน (แชร์ลูกโซ่) 2. พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และ 3.พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(เพื่อนำไปสู่การยึดทรัพย์)

ทั้งนี้ สาเหตุที่คดีล่าช้าเนื่องจากพนักงานสอบสวนมีการโยกย้ายตามวาระทำให้สำนวนขาดความต่อเนื่อง ประกอบกับผู้เสียหายบางส่วนไม่ได้เก็บหลักฐานสำคัญไว้ตั้งแต่ต้น

อย่างไรก็ตามใน ปัจจุบัน พบว่าเว็บไซต์และกลุ่มโซเชียลของบุคคลดังกล่าว ยังคงมีการเคลื่อนไหวชักชวนคนให้มาร่วมลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยยังมีประชาชนอีกจำนวนมากที่ยังไม่รู้ตัวว่ากำลังจะตกเป็นเหยื่อ จึงอยากออกมาเตือนภัยให้ประชาชนได้รับทราบและเร่งรัดเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามตัวมาดำเนินคดี