หมอปลา พาเหยื่อร้องบิ๊กเต่า แฉหมอดูดัง อ้างเป็นพราหมณ์ในวัง หลอกรีดเงิน-ล่วงละเมิด

11.03.26 | 15:56 น.
หมอปลา

หมอปลา พาเหยื่ออาจารย์สิงห์ หมอดูออนไลน์ ร้อง บิ๊กเต่า แฉหลอกทำพิธี-รีดเงิน-ล่วงละเมิด อ้างเป็นพราหมณ์ในวัง เหยื่อเสียหายกว่า 2 ล้าน

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 11 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา พาหญิง 5 ราย เข้าพบ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว เพื่อแจ้งความเอาผิด นายสมชาย จำปาป่า หรือ อาจารย์สิงห์ หมอดูและผู้สอนด้านไสยศาสตร์ในแพลตฟอร์มดัง หลอกให้โอนเงินค่าครู ค่าพิธีกรรม รวมถึงถูกล่วงละเมิดทางเพศ โดยอ้างว่าเป็นการทำพิธีแก้กรรม

นางดาว (นามสมมุติ) ตัวแทนผู้เสียหาย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงต้นปี 2564 ได้รู้จักอาจารย์สิงห์ บนแอพพลิเคชั่น TikTok ซึ่งอ้างตัวเป็นพราหมณ์ที่มีเอกสารรับรองว่าทำงานอยู่ในพระบรมมหาราชวัง และเคยทำงานร่วมกับบุคคลที่มีชื่อเสียงหลายคน ทำให้ดูมีความน่าเชื่อถือ ตัวเองจึงติดต่อขอให้ดูดวง ในช่วงแรกทำนายตรงจึงหลงเชื่อ จากนั้นก็ถูกชักชวนให้เข้ากลุ่มไลน์วีไอพีที่มีสมาชิกส่วนใหญ่เป็นผู้หญิง โดยเสียค่าแรกเข้า 18,000 บาท และจากนั้นก็จะถูกชักชวนให้ซื้อของขลังเพื่อเสริมดวง หรือจ่ายเงินทำพิธีสะเดาะเคราะห์

หมอปลา

แต่เมื่อโอนเงินไปให้กลับพบว่าพิธีสะเดาะเคราะห์ที่ทำเป็นภาพที่มาจากอินเตอร์เน็ต ทำให้รู้ตัวว่าถูกหลอก รวมเงินที่โอนให้อาจารย์คนนี้ 50,000 บาท นอกจากนี้อาจารย์ยังอ้างว่ารู้จักกับคนที่มีชื่อเสียง ทำให้ตัวเองหวาดกลัวไม่กล้าแจ้งความดำเนินคดี

นอกจากนี้ผู้เสียหายระบุเพิ่มเติมว่า พฤติกรรมของอาจารย์คนนี้ จะหลอกให้ผู้เสียหายส่งของขวัญที่มีมูลค่าสูงในแอพพลิเคชั่นติ๊กต็อกไปให้ เพื่อนำไปตัดต่อทำเป็นคลิปลงในช่องของตัวเองให้ดูมีความน่าเชื่อถือ

Advertisement

ด้านนายจีรพันธ์เปิดเผยว่า ขณะนี้มีผู้เสียหายติดต่อให้ข้อมูลแล้ว 9 คน รวมมูลค่าความเสียหายประมาณ 2 ล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้เสียหาย 2 คน ถูกหลอกล่วงละเมิดทางเพศ อ้างว่าหากเข้าร่วมพิธีครบ 8 ครั้งจะทำให้ดวงดีขึ้น ส่วนสาเหตุที่ทำให้ปัจจุบันมีผู้เสียหายถูกหมอดูหลอกเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเศรษฐกิจแย่ คนจึงต้องการที่พึ่งพิงทางใจ

ด้าน พล.ต.ต.จรูญเกียรติเปิดเผยว่า ได้รับเรื่องร้องเรียนดังกล่าวแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นภัยสังคม จึงอยากให้ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ นอกจากนี้ได้สั่งให้ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการกระทำดังกล่าวจะเข้าข่ายความผิดใด