ปปง. ยึดทรัพย์เพิ่ม 211 รายการ Huione Pay แก๊งฟอกเงินข้ามชาติ ตุ๋นซื้อ USDT สูญพันล้าน
เมื่อวันที่ 11 มีนาคม นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 3/2569 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดมูลฐานอื่นๆ
สรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจคือ ยึดและอายัดทรัพย์สิน 34 รายคดี ทรัพย์สิน 808 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 303 ล้านบาท
หนึ่งในนั้นคือ นายเอื้ออังกูร กับพวก กรณีกลุ่มมิจฉาชีพชักชวนให้ประชาชนลงทุนเทรดหุ้นผ่านกลุ่มไลน์ อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการเป็นสมาชิกอั้งยี่ และความผิดฐานฟอกเงิน
โดยจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีการนำเงินที่ได้จากการหลอกลงทุน โอนผ่านบัญชีม้าบุคคล และนิติบุคคล ก่อนเปลี่ยนแปลงเป็นเหรียญสกุลเงินดิจิทัล (USDT) จากนั้นได้มีการโอนเหรียญออกไปยังกระเป๋าดิจิทัล ผ่านแพลตฟอร์ม Huione Pay มูลค่าหลายพันล้านบาท ก่อนจะเปลี่ยนแปลงเป็นเงินฝากในบัญชีและถอนเป็นเงินสด ก่อนนำเงินสดดังกล่าวออกนอกประเทศไทยผ่านด่านชายแดน ไทย-กัมพูชา และด่านชายแดน ไทย-พม่า กรณีดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมได้เคยมีคำสั่งยึดและอายัดไว้แล้วมูลค่าประมาณ 46 ล้านบาท (คำสั่ง ย.296/2568)
ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง ตามคดีหมายเลขดำที่ ฟ 20/2569 ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 211 รายการ (เช่น รถยนต์ สินทรัพย์ดิจิตอล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 145 ล้านบาท (คำสั่ง ย.78/2569)
และอีกกรณีคือ กลุ่มบุคคลที่ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เครือข่ายกลุ่มไลน์ชื่อ หลังบ้านศิวิไล รายนายกวินท์ กับพวก ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 11 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท (คำสั่ง ย.83/2569)

