รมว.ยธ.ไม่ก้าวล่วง มติคณะอนุกกต.ปล่อยผี 229สว.ไร้ผิดคดีฮั้ว ร.ต.อ.ปิยะ ปัดตอบ บอกเป็นความลับ

13.03.26 | 12:07 น.

รมว.ยุติธรรม ไม่ก้าวล่วง มติคณะอนุ กกต. หลังปล่อยผี 229 ไร้ผิดคดีฮั้ว สว. ดีเอสไอ มีหน้าที่ทำคดีอาญาอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. โดยนักการเมืองจะ เด็ดขาด ร.ต.อ.ปิยะ ปัดตอบ มติ บอกมันเป็นความลับ

จากกรณีวันที่ 12 มี.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏรายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ระบุถึงความคืบหน้าในคดีฮั้ว สว. ตามกฎหมายเลือกตั้ง ว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้มีมติ 5:2 ให้ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ชุดปัจจุบัน จำนวน 138 ราย กรรมการบริหารพรรคการเมือง สส. สมาชิกพรรค และเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอีกจำนวน 91 ราย ไม่มีมูลความผิดในคดี ส่วนอีก 2 มติ เห็นควรให้ชี้มูล 134 รายในกลุ่ม สว.ปัจจุบัน 138 ราย ซึ่งอยู่ในขั้นตอนทำความเห็นเสนอมติต่อคณะกรรมการ กกต.ชุดใหญ่ ตามที่มีการนำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 13 มี.ค. ที่ ห้องรับรองชั้น 2 อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม เป็นประธานในพิธีสงฆ์เนื่องในงานวันสถาปนากรมคุมประพฤติครบรอบ 34 ปี โดยมี ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ และคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ ให้การต้อนรับ

ผ้สื่อข่าวถามถึงกรณีเรื่องคดีฮั้ว สว. ซึ่งคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มีมติชี้มูลว่า 229 รายไม่มีความผิดในคดีฮั้ว สว. ขณะเดียวกันในส่วนของดีเอสไอที่ทำคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จะว่าอย่างไรต่อไปนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ในส่วนของดีเอสไอ ทางตนก็ไม่ได้เข้าไปดูว่าได้ดำเนินการเพิ่มเติมอะไรหรือยัง

เมื่อถามว่าตอนคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวน ส่วนกลาง คณะที่ 26 ที่มีเจ้าหน้าที่ กกต. กับดีเอสไอ ได้เคยมีความเห็นดำเนินคดีไว้ว่า 229 รายมีความผิด แต่ในขั้นตอนของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้แโต้แย้ง คณะที่ 36 กลับมีความเห็นฟ้ากับเหวนั้น พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ส่วนนี้ตนเองไม่ทราบเลย คงต้องไปถามในส่วนที่เขาเกี่ยวข้องกันเอาเอง ทั้งนี้ การเห็นแย้งกันของสองคณะจะทำให้สังคมวิจารณ์อย่างไรนั้นตนก็ไม่สามารถไปตอบได้

พล.ต.ท.รุทธพล ยังกล่าวว่า  แต่ในฐานะที่ดีเอสไอได้ไปร่วมในคณะอนุกรรมการสืบสวนและไต่สวนส่วนกลาง คณะที่ 26 ก็คงต้องถามทางดีเอสไอว่า ได้ดำเนินการไปอย่างไรบ้าง แต่เราจะไปก้าวล่วงหน่วยงานอื่นไม่ได้อยู่แล้ว พร้อมย้ำว่า กรณีที่ความเห็นมันแตกต่างกันของสองคณะอนุกรรมการฯ ตนจะตอบอย่างไรได้ เพราะมันเป็นความเห็นของหน่วยงาน แม้ความเห็นของดีเอสไอในชุดคณะอนุกรรมการฯ ครั้งแรก อยู่ภายใต้สังกัดกระทรวงยุติธรรมก็ตาม

Advertisement

พล.ต.ท.รุทธพล  กล่าวต่อว่า แต่เรื่องความเห็น เราไปยุ่งไม่ได้ เหมือนที่ตนเคยพูดไว้ว่ามันมีหลายครั้งที่ฝ่ายการเมืองเข้าไปยุ่งแล้วมีปัญหา ก็ขอให้เข้าใจตนเองด้วย อย่างไรก็ดี อธิบดีดีเอสไอจะต้องไปประสานขอความเห็นและมติของคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 มาประกอบพิจารณาในคดีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. ที่ดีเอสไอดำเนินการด้วยหรือไม่นั้น ตนมองว่าตอนที่เขาส่งสำนวนไปให้อัยการคดีพิเศษ แล้วอัยการมีความเห็นส่งกลับไว้ว่าอย่างไร ทั้งนี้ ส่วนสองคดีดังกล่าวจะผูกพันกันหรือไม่ ตนมองว่ามันเป็นความเห็นที่มีหน่วยงานอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องมากกว่าดีเอสไอ และตนไม่ทราบได้ว่าจะมีผลอย่างไรกับพรรคภูมิใจไทย

ด้าน ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ในฐานะเป็น 1 ใน 7 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ถูกสื่อมวลชนหลายสำนักติดตามสัมภาษณ์สอบถามเรื่องมติที่ประชุมของคณะอนุกรรมการฯ ที่ให้ผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย ไม่มีความผิดในคดีฮั้ว สว. นั้น ปรากฏว่า ร.ต.อ.ปิยะ ปฏิเสธการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนทั้งเรื่องการมีกระแสข่าวว่าเป็นประธานคณะอนุกรรมการฯ เรื่องมติความเห็น และเรื่องความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ไปรอไหว้ต้อนรับที่ท่าอากาศยานจังหวัดบุรีรัมย์

อย่างไรก็ตาม ร.ต.อ.ปิยะ ได้กลับมาให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า ตนบอกเรื่องมติไม่ได้ เพราะทุกอย่างมันเป็นความลับ และสิ่งที่รายงานออกมาก็ไม่รู้ว่าเป็นความจริงหรือไม่ อย่างไร และยืนยันปฏิเสธการให้สัมภาษณ์ว่าตนเองเป็นประธานคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 รวมถึงมีการประชุมเกิดขึ้นจริงหรือไม่