กันไทยเป็นตำบลกระสุนตก สแกนชาติคู่ขัดแย้งศึกตอ.กลาง-ทุนเทา ตม.ถอนวีซ่าทะลุ4พันตั้งแต่ปี68

14.03.26 | 12:57 น.

ตม.รับลูก ‘บิ๊กราญ’ ป้องกันไทยเป็นตำบลกระสุนตก ลงพื้นที่สแกนชาติคู่ขัดแย้งศึกตอ.กลาง-ทุนเทา ถอนวีซ่านทท.ก่อคดีทะลุ4พันตั้งแต่ปี 68

จากกรณีเกิดสถานการณ์ขัดแย้งสู้รบในตะวันออกกลาง จนสังคมไทยมีข้อห่วงใยว่า ไทยอาจตกเป็นพื้นที่ย้ายถิ่นมาตั้งหลักแหล่งในไทยจนกระทบต่อการยึดครองที่ดิน หรือชุมชนต่างๆ โดยเฉพาะหลังมีข้อมูลข่าวระบุปริมาณชาวอิสราเอลในไทยปีที่แล้วกว่าสี่แสนคน ทำให้สังคมไทยกังวลต่อตัวเลขดังกล่าว ต่อมา ตม.ตรวจสอบแล้ว พบว่า จริงๆตัวเลขดังกล่าวคือการเดินทางเข้าทั้งปี 420,202 คน และมีการเดินทางออกแล้ว 405,712 คน โดยยังพำนักอยู่กว่า 30,000 คนทั่วประเทศ แต่ ตม.ยังถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูง ซึ่งหน่วยงานด้านท่องเที่ยว ตำรวจพื้นที่ และทาง ตม.ได้ใช้มาตรการต่างๆเข้าตรวจสอบการพำนักในแต่ละพื้นที่อย่างเข้มข้นไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 14 มีนาคม  พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ฯโฆษก สตม.เปิดเผยว่า พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.ได้เรียกประชุม กองบัญชาการต่างๆ รวมถึง สตม.เมื่อ 1 มีนาคม ที่ผ่านมา เพื่อวิเคราะห์สถานการณ์และสั่งเพิ่มระดับความเข้มด้านความมั่นคงแก่หน่วยต่างๆ

โดยในส่วน สตม. พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. และ พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม.ได้สั่งการหน่วยในสังกัด สตม.เมื่อ 13 มีนาคม ให้ใช้ 3 มาตรการ คือ

1. อัพเดทข้อมูลท้องถิ่น เน้นย่านคนต่างด้าวสัญชาติคู่ขัดแย้ง และชาติตะวันออกกลาง 18 สัญชาติ เพื่อวิเคราะห์ทางการข่าว ร่วมกับตำรวจพื้นที่และหน่วยความมั่นคง

Advertisement

2.เน้นคัดกรองคนต่างชาติกลุ่มคู่ขัดแย้งที่เดินทางเข้าไทย โดยเฉพาะกลุ่มฟรีวีซ่า โดยตรวจแผนการท่องเที่ยว แผนการพัก แผนเดินทางกลับ หากมีข้อสงสัย จะปฎิเสธการเข้าเมืองทันที โดยตั้งแต่มีสถานการณ์สู้รบในช่วง 13 วันที่ผ่านมา มีการเรียกสัมภาษณ์ 870 ราย และปฎิเสธในรายที่เสี่ยงไปแล้วกว่า 30 ราย

3. กำหนดมาตรการในการช่วยเหลือคนต่างด้าวหรือนักท่องเที่ยวที่ไม่สามารถกลับประเทศได้เนื่องจากการปิดน่านฟ้า ซึ่งได้ยกเว้นค่าปรับ overstay และ การให้พำนักต่อได้ครั้งละ 30 วัน โดยต้องมีหนังสือรับรองจากสถานทูตทุกราย

พล.ต.ต.เชิงรณกล่าวว่า ที่สำคัญสตม.ได้ดำเนินมาตรการ สแกน สกัด คนต่างชาติกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะทุนเทา รวมถึง ชาติที่เป็นคู่ขัดแย้งทางสงคราม ตั้งแต่ปี 2568 ต่อเนื่องมาตลอดจนปัจจุบัน

ในขณะที่ มีการเพิกถอนวีซ่า นักท่องเที่ยวต่างชาติ ที่เข้ามาแล้ว ก่อคดี หรือก่อความไม่สงบ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยว อย่าง พัทยา ภูเก็ต สมุย พะงัน ฯลฯ รวมปี 2568 กว่า 3,249 ราย และเพิกถอนในปี 2569 นี้ ช่วง ม.ค.-ก.พ. รวม 972 ราย

พล.ต.ต.เชิงรณย้ำว่า เรื่องปริมาณนักท่องเที่ยวต่างชาติ ไม่ใช่ประเด็น แต่คุณภาพนักท่องเที่ยวต่างชาตินั้น เป็นสิ่งที่ ตม.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ หากพบว่า สร้างปัญหา หรือเป็นภัยต่อสังคม เข้าข่ายเสี่ยง หรือเป็นภัยต่อบ้านเมืองเรา ก็ต้องเพิกถอนวีซ่า และผลักดันออกนอกประเทศทันที โดย สตม.จะดำเนินมาตรการ สแกน สกัด คนต่างชาติ โดยจะประสานข้อมูลข่าว ร่วมกับ หน่วยข่าวกรองต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และตนได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ท.ภาณุมาศ ผบช.สตม.ให้ประชุมกำชับมาตรการสกัดกั้น ที่สนามบินวันที่ 17 มีนาคมนี้ อีกส่วนหนึ่งด้วย