คืบหน้า ‘น้องบูม’ อาการทรุด ตำรวจล่าตัว 2 โจ๋แล้ว แม่ลั่นเอาผิดถึงที่สุด

21.05.17 | 15:20 น.

ความคืบหน้าอาการของ “น้องบูม” นายพงษ์รัตน์ ปิ่นทอง อายุ 31 ปี ผู้ป่วยจิตเวช ถูกทำร้ายร่างกายจาก 2 วัยรุ่นเมืองตราดเมื่อกลางดึกที่ผ่านมาและอาการสาหัสนั้น

ร.ต.อ.นิสสัน พัวพันศรี ร้อยเวร สภ.เมืองตราด เจ้าของคดี เปิดเผยว่า จากการติดตามคดีและตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียงทั้งในสามแยกโรงพยาบาลตราด หน้าโรงเรียนสตรีประเสริฐศิลป์ และหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท.เมืองตราด ได้พบร่องรอยหลายจุดตั้งแต่การนำผู้เสียหายมาจากบริเวณปั๊มน้ำมันมายังที่เกิดเหตุ แล้วทำร้ายร่างกายหลายครั้งโดยเฉพาะบริเวณศีรษะหลายครั้งจนแน่นิ่งไป ซึ่งภาพในที่เกิดเหตุพบว่า วัยรุ่นที่ถูกทำร้ายนั้นไม่มีการต่อสู้แต่ประการใด ซึ่งสาเหตุจากการประเมินตามสถานการณ์แล้วน่าจะเป็นเรื่องของการหมั่นไส้มากกว่าเรื่องอื่น หรือน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวเป็นหลัก
ร.ต.อ.นิสสันกล่าวว่า ส่วนเรื่องการติดตามตัวคนร้ายนั้น ทาง ผกก.เมืองตราดได้สั่งการให้สายสืบ สภ.เมืองตราด ลงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและไล่ตามจุดสำคัญต่างๆ ตามเส้นทางที่คิดว่าคนร้ายได้เดินผ่านกล้อง ซึ่งพบว่ามีหลายจุดที่เห็นภาพหน้าของผู้ทำร้ายได้ชัดเจน ซึ่งสายสืบกำลังจะติดตามหาตัว 2 วัยรุ่นนี้แล้ว

สำหรับน้องบูมนั้นอาการล่าสุดยังอยู่ในอาการน่าเป็นห่วง เนื่องจากไม่รู้สึกตัว และต้องใส่เครื่องช่วยหายใจตลอดเวลา มีอาการทรุดลงต่อเนื่อง โดยขณะนี้ยังอยู่ในการดูแลของแพทย์โรงพยาบาลตราดอย่างใกล้ชิด

ด้านนายสุชาติ เทพนวล ผู้จัดการร้านเซเว่น อีเลฟเว่น กล่าวว่า น้องบูมเป็นคนที่มีอาการป่วยทางจิต ทุกคืนจะมานั่งที่ม้านั่งหน้าร้าน และจะถือถุงกระดาษไว้ถุงหนึ่ง ดึกเข้าก็จะหลับและนอนที่นี่ แต่ส่วนใหญ่จะนั่งเฉยๆ ไม่พูดไม่จากับใคร ซึ่งทางร้านจึงนำม้านั่งออกเพื่อไม่ให้มีการมั่วสุมและนอนหน้าร้าน ซึ่งหลังจากนั้นน้องบูมก็หันไปนั่งที่ป้ายรถโดยสารหน้าร้านเป็นประจำ หรือไม่ก็มานั่งในปั๊มน้ำมัน และมาซื้อบะหมี่สำเร็จรูปกินเป็นประจำ พนักงานในร้านจะรู้จัก แต่ในวันที่เกิดเหตุนั้นไม่ได้นั่งอยู่ในร้านแต่นั่งที่ที่พักผู้โดยสาร ซึ่งไม่ทราบว่าเกิดเหตุทำร้ายร่างกายเกิดขึ้น

ส่วนนางสุดใจ ชื่นจำปา มารดาน้องบูม ที่มาดูแลลูกชายที่ห้องศัลยกรรม ชั้น 2 ตึกสงฆ์ โรงพยาบาลตราด กล่าวว่า น้องบูมเป็นคนที่จิตไม่ปกติ และต้องทำการรักษาอย่างต่อเนื่อง แต่ทางบ้านได้หยุดการรักษามาระยะหนึ่ง จึงทำให้ลูกชายออกมานอกบ้าน ซึ่งพฤติกรรมไม่ได้มีปัญหากับใคร เพราะเป็นคนที่ไม่พูดจากับใคร ซึ่งการถูกทำร้ายร่างกายครั้งนี้ เพราะลูกชายออกมาเที่ยวงานเทศกาลผลไม้ และไม่รู้ว่ามีเรื่องกับใครหรือไม่ แต่ผู้ทำร้ายก็ทำรุนแรงเกินไป ทำให้ลูกชายได้รับบาดเจ็บสาหัส สมองมีเลือดคั่ง ซึ่งแพทย์จะนำไปเอกซเรย์สมอง หากต้องผ่าตัดจะต้องส่งตัวไปที่โรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี และเมื่อสายของวันนี้ได้เข้าไปแจ้งความกับตำรวจเมืองตราดและขอให้จับตัวคนร้ายมาดำเนินคดีซึ่งจะเอาเรื่องจนถึงที่สุด

Advertisement