เมื่อวันที่ 21 มีนาคม พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น., พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิฐบรรณกร ผบก.น.1, พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น., พ.ต.อ.นิพนธ์ นิธิการุณย์เลิศ ผกก.สน.ชนะสงคราม, พ.ต.ท.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. เปิดปฏิบัติการสืบสวนจับกุม นายนพเก้า (สงวนนามสกุล) อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1410/2569 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2569 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยกระทำแก่ผู้สืบสันดาน” จับกุมได้ที่แคมป์ก่อสร้างใกล้พระปรางค์สามยอด ต.ท่าหิน อ.เมืองลพบุรี จ.ลพบุรี
จากการสืบสวนพบพฤติกรรมทราบว่านายนพเก้า มีการเสพยาเสพติดอย่างหนัก ก่อนก่อเหตุล่วงละเมิดบุตรสาวแท้ๆ หลายครั้งทำให้ผู้เสียหายเกิดความหวาดกลัว และถูกผู้ต้องหาตามรังควานผ่านสื่อสังคมออนไลน์ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจึงเร่งติดตามตัว จนทราบว่าหลบหนีไปกบดานในพื้นที่ จ.ลพบุรี ก่อนเข้าจับกุมตัวได้ในที่สุด
เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่า “ตนเองเสพยาบ้าและยาไอซ์ จนทำให้เกิดอารมณ์ก่อเหตุไม่รู้ตัว จากนั้นชุดจับกุมจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงครามดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ในฐานะ รองโฆษก ตร. กล่าวว่า คดีดังกล่าวเป็นอุทาหรณ์ว่า “อันตรายอาจซ่อนอยู่ในพื้นที่ที่ควรปลอดภัยที่สุด” โดยเฉพาะในครอบครัวที่มีปัจจัยเสี่ยงในการใช้สารเสพติด ควรสังเกตบุตรหลานหากมีพฤติกรรมหวาดกลัวผิดปกติ เก็บตัวผิดสังเกต ซึมเศร้า หรือมีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์หรือร่างกายอย่างชัดเจน อาจเป็นสัญญาณเตือนภัย ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที


