ฉก.นราธิวาส แจงเหตุเอ็ม16 ถล่มสส. ทำไมกล้องเสีย-รอดด่าน โวยคนร้ายโยนผิดให้รัฐ

21.03.26 | 11:26 น.

ฉก.นราธิวาส แจงเหตุเอ็ม16 ถล่มสส. ทำไมกล้องเสีย-รอดด่าน โวยคนร้ายโยนผิดให้รัฐ

 

เมื่อวันที่ 21 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจ หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส ที่ระบุว่าเป็นเพจของหน่วยงานราชการ โพสต์ข้อความถึงกรณี คนร้ายลอบใช้อาวุธสงคราม เอ็ม16 ยิงถล่ม รถของนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส เมื่อกลางดึกวันที่ 20 มี.ค.ที่ผ่านมา ขณะที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าทำไมคนร้ายถึงขนอาวุธสงครามมาก่อเหตุแล้วหลบหนีได้ลอยนวล ทั้งที่เป็นพื้นที่ความมั่นคง

โดยเพจดังกล่าวระบุว่า ถอดรหัสวาทกรรม: “กล้องเสีย-ด่านเยอะ แต่โจรหนีได้?” ใครกันแน่ที่อยู่เบื้องหลัง?

ทุกครั้งที่เกิดเหตุรุนแรงแล้วกระแสสังคมตีกลับ โดยเฉพาะการไปลอบยิง ส.ส. ที่เคยเป็นทนายช่วยเหลือชาวบ้าน หรือการสร้างความเดือดร้อนในช่วงเดือนแห่งความบริสุทธิ์ เรามักจะเห็น “ข้อความชุดเดิมๆ” ถูกปล่อยออกมาจากกลุ่มผู้เห็นต่าง เพื่อโยนความผิดให้เจ้าหน้าที่รัฐว่ามีส่วนรู้เห็น

Advertisement

เรามาใช้ “สติและข้อเท็จจริง” วิเคราะห์ข้อสงสัยเหล่านี้ทีละประเด็น:

ข้อกล่าวหาที่ 1: “กล้องวงจรปิดตามเส้นทางพร้อมใจกันเสีย รถก่อเหตุหายเข้ากลีบเมฆ”

ความจริง: การทำลายระบบกล้องวงจรปิด (CCTV) คือ “ขั้นตอนพื้นฐาน (SOP)” ของผู้ก่อเหตุรุนแรงอยู่แล้ว

พฤติกรรมซ้ำซาก: ก่อนลงมือ โจรกลุ่มนี้จะมีการดูลาดเลา หันมุมกล้องหนี ตัดสายไฟ หรือแม้แต่วางเพลิงเผากล้องวงจรปิดตามเส้นทางหลบหนีล่วงหน้า

ตัดไฟตัดทาง: ย้อนดูเหตุการณ์ที่สุไหงปาดี (19 มี.ค.) จะเห็นชัดเจนว่าคนร้าย “ลอบวางระเบิดเสาไฟฟ้า/สายไฟ” ทำให้ไฟฟ้าส่องสว่างริมทางดับทั้งหมด เมื่อไม่มีไฟ กล้องก็ทำงานไม่ได้ นี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่กล้องเสีย แต่คือ “การเตรียมการเพื่อหลบหนี” ของพวกมันเอง

ข้อกล่าวหาที่ 2: “หนีผ่านด่านกองปราบ ด่าน สน. และด่าน ฉก. ที่อยู่ห่างไปไม่กี่ร้อยเมตรได้อย่างไร?”

ความจริง: โจรในพื้นที่ “ไม่เคยวิ่งฝ่าด่านหลัก” แต่ใช้ความชำนาญเส้นทางรองและทางธรรมชาติ

รู้หลบรู้หลีก: ด่านตรวจที่กล่าวอ้างล้วนตั้งอยู่บน “ถนนสายหลัก” แต่ลักษณะภูมิประเทศในหมู่บ้านมี “เส้นทางสายรอง” ทางลัด ทางการเกษตร หรือทางทะลุสวนยางพารามากมายที่คนนอกไม่รู้ แต่คนก่อเหตุในพื้นที่รู้ดี

ทิ้งรถ/เดินเท้าเข้าป่า: ข้อมูลจากเหตุสุไหงปาดีระบุชัดเจนว่า คนร้ายใช้การ “เดินเท้า” มาก่อเหตุ และหลบหนีลัดเลาะเข้าไปในสวนยางพารา มุ่งหน้าขึ้นเขาตะเว หรืออาศัยแนวชายแดน ไม่มีโจรที่ไหนขับรถกระบะเปิดไฟหน้าวิ่งผ่านด่านตรวจใหญ่ๆ หลังก่อเหตุหรอกครับ พวกมันขับรถไปจอดในจุดนัดพบ เปลี่ยนรถ หรือทิ้งรถแล้วเดินเท้าต่อทั้งนั้น

สรุป (Key Takeaway): ทำไมต้องโยนความผิดให้รัฐ?

คำตอบคือ “เพื่อหนีความผิดและลดกระแสด่าทอจากชาวบ้าน” การลอบกัด ส.ส. ที่เป็นที่รัก หรือการปาระเบิดยิงปะทะจนชาวบ้านต้องเดือดร้อนในช่วงปลายเดือนแห่งความบริสุทธิ์ ทำให้โจร (BRN) สูญเสียมวลชนอย่างหนัก การสร้างวาทกรรมว่า “เจ้าหน้าที่ทำเอง” จึงเป็นข้ออ้างเดิมๆ ที่มักถูกนำมาใช้เพื่อฟอกขาวให้ตัวเอง
อย่าปล่อยให้การพิมพ์ข้อความจับแพะชนแกะ มาบิดเบือนความจริงที่ว่า “พวกมันนั่นแหละที่ลอบกัด และทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน!”