ผู้ค้าสัตว์น้ำจืดร้อง “รองปลัดยธ.”ถูกอ้างสิทธิ์-ส่งสินค้าไร้มาตรฐานไปตปท.สูญกว่า 2,000 ล้านบาท

22.05.17 | 14:26 น.

ผู้ค้าสัตว์น้ำจืดร้อง “รองปลัด ยธ.” ถูกแอบอ้างสิทธิ์-ปลอมแปลงส่งสินค้าไม่ได้มาตรฐานออกนอกประเทศ สูญกว่า 2,000 ล้านบาท ขอให้ “ดีเอสไอ” รับเป็นคดีพิเศษ หลังคดีไม่คืบ ระบุ มี จนท.รัฐเอี่ยวด้วย

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 22 พ.ค. ที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) นายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ทนายความและประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมด้วยนายพิสิทธิ์ หล้าสุดตา กรรมการผู้จัดการบริษัท ซี อินเตอร์ เนชั่นแนล โพรเซ่นโปรดักส์ จำกัด ผู้ค้าสัตว์น้ำจืดรายใหญ่ของประเทศ ซึ่งเป็นผู้เสียหายจากการถูกปลอมแปลงและแอบอ้างสวมสิทธิ์ในการส่งออกไปยังต่างประเทศ เข้ายื่นเรื่องร้องทุกข์ต่อนายธวัชชัย ไทยเขียว รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และโฆษกกระทรวงยุติธรรม เพื่อขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พิจารณารับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากคดีมีความซับซ้อนและมีการประวิงเวลาในการทำสำนวนคดีให้ล่าช้า ทำให้คดีเกิดความเสียหายต่อการรวบรวมพยานหลักฐาน รวมทั้งการติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย

นายพิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนทราบว่าทางบริษัท ซี อินเตอร์ฯ ถูกปลอมแปลงและแอบอ้างสวมสิทธิ์ในการส่งออกสัตว์น้ำจืดซึ่งเป็นปลาแช่แข็ง เมื่อปี 2558 เนื่องจากทางบริษัท ซี อินเตอร์ฯ ได้รับหนังสือจากบริษัทในประเทศแคนนาดาว่ามีการส่งสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานไปให้กับเขา และเมื่อตรวจสอบย้อนกลับไปก็ทราบว่า ขบวนการปลอมแปลงและแอบอ้างสิทธิ์ของบริษัท ซี อินเตอร์ฯ และมีการส่งสินค้าภายใต้รหัส (TH 1301) ซึ่งรหัสดังกล่าวจะเป็นความลับไม่มีบุคคลภายนอกทราบ เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งทำให้บริษัทของเราได้รับความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท จากนั้น จึงไปร้องทุกข์ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) กระทั่ง ผบ.ตร.ได้แต่งตั้งคณะพนักงานสอบสวนขึ้นมา 1 ชุด และมอบหมายให้กองบังคับการปราบปรามไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมผู้กระทำความผิดในคามผิดที่เกี่ยวข้อง โดยพบว่ามี 4 บริษัทที่เกี่ยวข้อง จึงดำเนินการออกหมายจับผู้กระทำผิดได้ 9 ราย เป็นชาวต่างชาติ 3 ราย ซึ่งหลบหนีไปได้ 2 ราย

นายพิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ตนเห็นว่าคดีนี้เป็นคดีที่มีความสลับซับซ้อนในการกระทำความผิดทางอาญาในลักษณะแบ่งหน้าที่กันทำของกลุ่มบุคคลและนิติบุคคล รวมถึงอาจมีเจ้าหน้าที่รัฐบางคนเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ด้วย จึงอยากให้ดีเอสไอพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ เพราะมันทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติ ทั้งนี้ คดีดังกล่าว จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า และยังมีความเกี่ยวข้องกับกรมประมงด้วย เนื่องจากมีเรื่องเกี่ยวกับใบรับรองการจับสัตว์น้ำของประเทศไทย และใบรับรองคุณภาพ ซึ่งตนทราบว่า มีการขายใบรับรองให้ในราคาใบละ 30,000 บาท ซึ่งก่อนหน้านี้เราได้พยายามติดต่อไปยังกรมประมง แต่ก็สงสัยว่าทำไมเจ้าหน้าที่ของเขาจึงไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องนี้เลย

Advertisement

ด้าน นายธวัชชัย กล่าวว่า กระทรวงยุติธรรมจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ โดยในวันที่ 29 พ.ค.นี้ จะนำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารับเรื่องราวร้องทุกข์ของกระทรวงยุติธรรม และจะส่งให้ดีเอสไอไปพิจารณาว่าเข้าข่ายรับเป็นคดีพิเศษหรือไม่ นอกจากนี้ จะประสานไปยังหน่วยงานราชการคือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทางพนักงานสอบสวน เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดี