ก.ยุติธรรม ลุยตรวจคลังน้ำมันเขียว IRPC ระยอง หลังราคาพุ่งลิตรละ 40 หวั่นลอบขายต่างประเทศ

25.03.26 | 12:14 น.

พล.ต.ท.รุทธพล ลุยตรวจคลังน้ำมันเขียว IRPC ระยอง ราคาพุ่งหวั่นลักลอบขายต่างประเทศ รับทราบชาวบ้านวิวาทแย่งน้ำมันในปั๊ม มอบ DSI-ปกครอง-ตำรวจ คุ้มเข้ม ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ปัญหาน้ำมันจะคลี่คลาย

เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่กระทรวงยุติธรรม ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า ในช่วงบ่ายวันนี้จะเดินทางไปจังหวัดระยอง เพื่อตรวจดูคลังน้ำมันของบริษัท IRPC ซึ่งเป็นบริษัทแห่งเดียวที่ผลิตน้ำมันเขียว ซึ่งเป็นน้ำมันใช้ในกลุ่มเรือประมงขนาดใหญ่ได้ จึงต้องตรวจให้ครบวงจร เนื่องจากเป็นน้ำมันได้สิทธิพิเศษในการยกเว้นภาษีและไม่ถูกเรียกเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมัน ปัจจุบันน้ำมันเขียวมีราคาสูง จำหน่ายลิตรละ 40 บาท และมีราคาสูงกว่าน้ำมันทั่วไป จึงเกรงอาจมีการลักลอบนำไปขายต่างประเทศ ส่วนที่ผ่านมากองคดีคุ้มครองคุ้มครองผู้บริโภค ดีเอสไอสรุปผลการตรวจผู้ค้าน้ำมัน 55 ราย ซึ่งเป็นผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ตามมาตรา 7 และผู้ค้าคนกลางตามมาตรา 10 จำนวน 245 ราย เบื้องต้นไม่พบการกระทำผิด หรือมีการกักตุนน้ำมัน ผู้ค้าทุกรายปฎิบัติตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี

พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวอีกว่า การไปตรวจบริเวณหน้าคลังน้ำมันเพื่อต้องการดูว่ามีตปริมาณน้ำมันจำนวนเท่าไหร่ ซึ่งตัวเลขดังกล่าวดูที่กรมธุรกิจพลังงานได้ แต่ที่ DSI ไปดูต้องการทราบว่ามีปริมาณน้ำมันเหลืออยู่เท่าไหร่ บริเวณก้นคลังเหลืออยู่เท่าไหร่ ก็จะมีบางส่วนที่ไม่สามารถดึงออกมาได้ ถ้าเป็นเช่นนี้เราเข้าใจได้ ทั้งหมดเป็นไปตามคำสั่งอย่างเข้มงวด

เมื่อถามถึงกรณีสถานการณ์ที่มีชาวบ้านทะเลาะแย่งน้ำมันที่ปั๊มน้ำมัน พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ได้เห็นตามข่าวแล้ว ซึ่งกระทรวงยุติธรรม และ DSI จะตรวจสอบจุดจำหน่ายน้ำมันและคลังน้ำมัน ซึ่งเป็นผู้ค้าตามมาตรา 7 และผู้ค้ามาตรา 10 อย่างเข้มข้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าว ทั้ง DSI กรมการปกครองและสตช. ตรวจจากปั๊มน้ำมัน โดยการประชุมล่าสุดที่ทำนียบรัฐบาล นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้กำหนดระยะเวลาให้กรมธุรกิจพลังงานต้องมีการบันทึกรายงานเพื่อแสดง ซึ่งจะทำให้ทราบในภาพรวมจำนวนปริมาณน้ำมันทั้งหมด และต้องติดตามที่ศบก.ต่อไป ส่วนมาตรการตรงนี้ ในภาพรวมราคาน้ำมันและปริมาณน้ำมัน เชื่อว่าสถานการณ์น้ำมันจะคลี่คลายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ในภาพรวม อยากให้ศบก.ดูแล แต่ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมและ DSI จะดูเรื่องการป้องกันและปราบปรามมากกว่า