“ปอนด์” นักแสดงพี่นาค 5 ควงผู้กำกับ “ไมค์” โร่แจ้งความกองปราบ หลังถูกตัดต่อใบหน้าใส่คลิปลามก อ้างเป็นคลิปหลุดหลอกขายกลุ่มลับ เก็บเงินหลักพัน เจ้าตัวยืนยันไม่ใช่บุคคลในคลิป วอนหยุดแชร์-ช่วยรีพอร์ต หวั่นกระทบชื่อเสียง
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 25 มีนาคม ที่บริเวณด้านหน้าศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) นายภณธฤต โชติกฤษฎาโสภณ หรือ “ไมค์” ผู้กำกับภาพยนตร์ชื่อดัง พร้อมด้วย นายคุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ หรือ “ปอนด์” นักแสดงหนุ่มวัย 25 ปี จากภาพยนตร์เรื่อง “พี่นาค 5” เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อแจ้งความดำเนินคดี หลังถูกนำภาพใบหน้าและข้อมูลส่วนตัวไปตัดต่อประกอบในคลิปวิดีโอลามกอนาจาร นำไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์หลายช่องทาง สร้างความเข้าใจผิดว่าเป็นคลิปหลุดของตัวนักแสดงเอง ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงอย่างรุนแรง
นายคุณพัทธ์เปิดเผยว่า ตนทราบเรื่องนี้มาตั้งแต่วันที่ 18 กันยายนที่ผ่านมา หลังมีผู้หวังดีทักมาสอบถามว่ารู้ตัวหรือไม่ว่ามีคลิปหลุดเผยแพร่อยู่ เมื่อตรวจสอบจึงพบว่าคนร้ายได้นำใบหน้าและภาพแชตส่วนตัวไปตัดต่อทำคลิปอนาจาร พร้อมระบุข้อความอ้างว่าเป็นนักแสดงจากภาพยนตร์เรื่องพี่นาค เพื่อดึงดูดความสนใจให้คนกดลิงก์เข้าไปดู ซึ่งหากใครต้องการรับชมจะต้องเสียค่าสมัครเข้ากลุ่มลับในราคาประมาณ 800 ถึง 1,000 บาท โดยคลิปวิดีโอดังกล่าวแม้จะมีรูปร่างลักษณะคล้ายตน แต่ยืนยันว่าไม่ใช่ตนอย่างแน่นอน นอกจากนี้ ยังมีการนำภาพและลิงก์ไปโพสต์กระจายต่อในแอพพลิเคชั่น X หรือทวิตเตอร์ จนทำให้คนส่วนหนึ่งหลงเชื่อและเข้ามาสอบถามในเชิงลามกอนาจาร รวมถึงคนใกล้ตัวและคนในวงการสื่อมวลชนยังเข้ามาทักถามด้วยความเข้าใจผิด ทำให้ตนรู้สึกตกใจและมองว่าเป็นเรื่องที่เริ่มลุกลามบานปลายจนส่งผลกระทบต่อจิตใจและครอบครัวเป็นอย่างมาก

ส่วน นายภณธฤตระบุว่า การเดินทางมาในวันนี้เพื่อต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจและยืนยันอย่างชัดเจนว่าบุคคลในคลิปไม่ใช่ปอนด์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นการกระทำของมิจฉาชีพโดยตรงที่หลอกลวงเอาเงินจากประชาชน จึงต้องพึ่งพากระบวนการทางกฎหมายให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนหาต้นตอผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ถึงที่สุด พร้อมทั้งฝากเตือนประชาชนว่าอย่าหลงเชื่อเสียเงินเข้าไปดูคลิปดังกล่าวเพราะเป็นการหลอกลวงแอบอ้างทั้งสิ้น
นอกจากนี้ นักแสดงหนุ่มยังกล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ตนตั้งใจทำงานและพยายามสร้างชื่อเสียงในวงการมานานกว่า 10 ปี ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาเจอเหตุการณ์ที่ทำลายความตั้งใจและสิ่งที่สร้างมาด้วยวิธีการที่ทุเรศเช่นนี้ โดยเฉพาะในช่วงที่ภาพยนตร์กำลังเข้าฉาย ยิ่งทำให้ตนและครอบครัวรู้สึกเครียดและแย่มากกับการถูกกระทำ
ทั้งนี้ ก่อนตนตัดสินใจเข้าแจ้งความตนเคยโพสต์เตือนให้หยุดการกระทำดังกล่าวแล้ว แต่กลับถูกกลุ่มผู้ไม่หวังดีท้าทายด้วยการเปิดให้เข้าชมฟรีแทนการเก็บเงิน ตนจึงตัดสินใจดำเนินคดีอย่างจริงจัง พร้อมขอความร่วมมือให้ทุกคนช่วยกันรีพอร์ตและไม่ส่งต่อคลิปดังกล่าวเพื่อไม่ให้วงจรการหลอกลวงนี้แพร่กระจายต่อไปด้วย


