พี่สาวไอ้ต้อม ลั่นรับไม่ได้ ไม่คิดว่าจะโหดเหี้ยมขนาดนี้ พร้อมขอโทษครอบครัวผู้เสียชีวิต ตร.เปลี่ยนแผน คุมตัว ไอ้ต้อม ขึ้นเครื่องบินไม่ได้ ติดเงื่อนไขการเดินทาง ต้องขับรถแทน
จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด พบถุงดำลอยอยู่ในคลองสวยคู่ขนานกับคลองประปา ในพื้นที่ ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นศพหญิงสาวถูกฆ่าหั่นศพแยกชิ้นส่วนใส่ถุงดำโยนทิ้งคลอง ซึ่งเจอแล้ว 5 ถุง รวมทั้งศีรษะ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง น.ส.ติ้ง อายุ 26 ปี พี่สาวของนายต้อม อายุ 24 ปี ผู้ก่อเหตุ มารอที่หน้าสถานีตำรวจหวังต้องการพบน้องชาย หลังทราบข่าวว่าน้องได้ก่อเหตุสุดโหดเหี้ยม

ก่อนจะให้กับสื่อมวลชน น.ส.ติ้งโทรคุยกับครอบครัว เล่าเรื่องราวทั้งหมด พร้อมกับร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ รับไม่ได้ที่น้องชายก่อเหตุดังกล่าว
น.ส.ติ้งกล่าวว่า นายต้อม อายุ 24 ปี น้องชายของตนเป็นคนไม่ค่อยพูด เป็นคนขยันทำงาน คบหากับ น.ส.แรม อายุ 20 ปี ผู้เสียชีวิต มาประมาณ 3 ปี ซึ่งเมื่อ 1 ปีก่อน ทั้งสองครอบครัวรู้เห็นการคบหาซึ่งกันและกัน มีการหมั้นหมายกันแล้ว มีทรัพย์สินในการหมั้นคือสร้อยคอทองคำ หนัก 2 บาท และจะบอกกับคนในครอบครัวเสมอว่ารักผู้หญิงคนนี้มาก
ก่อนจะเข้ามาทำงานในประเทศไทยได้ปีกว่าๆ ที่ผ่านมาน้องชายไม่เคยบอกเลยว่าทำงานอาชีพอะไร เวลาจะติดต่อก็ติดต่อค่อนข้างยาก ต้องโทรศัพท์ไปคอยจี้ถามถึงจะตอบ จึงไม่ค่อยรู้ความเคลื่อนไหวของน้องชาย แต่มักจะเห็นการเคลื่อนไหวในโซเชียลมีเดียเป็นหลักๆ ซึ่งก็เห็นว่าพวกเขาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน มีการถ่ายคลิปหยอกล้อกัน ไปเที่ยวด้วยกัน จึงไม่ได้สนใจอะไรมาก
จนกระทั่งล่าสุดมาเห็นทางครอบครัวฝั่งผู้เสียชีวิตมีการโพสต์ข้อมูลตามหาตัวว่าติดต่อไม่ได้ หายตัวไปหลายวัน และกำลังจะไปแจ้งความ ในตอนนั้นยังนึกโมโหอยู่เลยว่าเจอศพหรือยัง ทำไมดูเหมือนกล่าวหาว่าน้องชายตนเองเป็นคนทำ และทราบข้อมูลว่าเวลาทั้งสองคนทะเลาะกันฝ่ายหญิงจะมีการเก็บเสื้อผ้าออกจากห้อง ซึ่งก็มีการง้อคืนดีและมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง แต่มันก็เป็นข้อเท็จจริงที่คนอื่นมาเล่าให้ตนเองฟัง ซึ่งตัวเองยังไม่เคยเห็นกับตา
จนกระทั่งล่าสุดตำรวจมีการจับกุมตัวนายต้อม ภายในพื้นที่ จ.หนองคาย และสารภาพหมดทุกอย่างว่าเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่า น.ส.แรม ด้วยความหึงหวง ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกตกใจมาก และผิดหวังในตัวน้องชาย ไม่คาดคิดว่าจะกล้าลงมือก่อเหตุได้อย่างโหดเหี้ยมถึงขนาดนี้
เมื่อวานมีโอกาสไปที่เกิดเหตุ ได้เจอกับครอบครัวผู้เสียชีวิต เป็นพี่สาวและพี่ชายของผู้เสียชีวิต ได้มีการพูดคุยและขอโทษในเบื้องต้น เพราะไม่คาดคิดว่าน้องชายจะเป็นคนลงมือก่อเหตุฆ่าจริงๆ เมื่อดูจากวิธีการซื้อถุงดำ ชำแหละร่างกายออกเป็นชิ้นส่วน กระจายจุดการทิ้งหลักฐาน และวางแผนการเดินทางหลบหนี เชื่อว่าจะต้องมีการคิดและวางแผนมาก่อนแน่ๆ

ยืนยันไม่เข้าข้างน้องชาย จะปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ในวันนี้ถ้าเจอตัวน้องชายก็อยากจะบอกให้สารภาพความจริงทั้งหมด อย่าพูดโกหก ทุกอย่างจะได้เป็นไปตามกระบวนการ ทำผิดแล้วก็ขอให้ยอมรับผิด
ต่อมาเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง ได้รับรายงานว่า เจ้าหน้าที่ไม่สามารถนำตัวนายต้อม ผู้ต้องหา ขึ้นเครื่องบินกลับมาได้ เนื่องจากติดเงื่อนไขบางประการจึงต้องเปลี่ยนเงื่อนไขการเดินทาง ขณะนี้ตำรวจ สน.ทุ่งสองห้อง อยู่ระหว่างประสานกับตำรวจท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถกลับมา
ส่วนเรื่องการบันทึกจับกุมและการสอบปากคำจะเริ่มนับเวลาหลังจากตัวผู้ต้องหาถึง สน. และนับไป 48 ชั่วโมงก่อนฝากขัง หากผู้ต้องหารับสารภาพก็จะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ส่วนจะมีการพาผู้ต้องหาไปชี้จุดเกิดเหตุหรือไม่นั้น จะต้องนำเรียนผู้บังคับบัญชาก่อน เพราะยังมีชิ้นส่วนบางชิ้นที่ยังหาไม่พบ
เบื้องต้น มีรายงานว่าการจะนำตัวผู้ต้องหามาที่ สน.ทุ่งสองห้อง ใช้เวลาเดินทางจาก จ.อุดรธานี มาที่กรุงเทพฯ ระยะเวลาประมาณ 10 ชั่วโมง

