บิ๊กเต่า จี้ ‘พระคึกฤทธิ์’ แจงปมโบนัสลูกศิษย์ใน 7 วัน พบข้อสงสัยใช้เงินผิดวัตถุประสงค์
เมื่อวันที่ 26 มีนาคม ที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.) เปิดเผยถึงกรณีพระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี ที่เดินทางเข้ามาพบพนักงานสอบสวนเมื่อคืนที่ผ่านมา (25 มี.ค.) โดยพระคึกฤทธิ์อ้างว่า ทราบว่าสำนวนคดีที่นำเงินวัดไปจ่ายโบนัสให้กับลูกศิษย์ ซึ่งเงินดังกล่าวเป็นการใช้ผิดวัตถุประสงค์ของเงินวัด ที่กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ส่งไปให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และส่งกลับมาให้ บก.ปปป.สอบสวนคดีดังกล่าวต่อ
พล.ต.ต.จรูญเกียรติระบุว่า หลังจากพระอาจารย์คึกฤทธิ์เข้ามาเมื่อคืนนี้ พนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อเท็จจริงว่าในสำนวนมีการดำเนินการในเรื่องใดบ้าง และให้เวลาไปทำข้อชี้แจงตามที่ทนายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิกองทัพธรรม ได้มาดำเนินการแจ้งความไว้ก่อนหน้านี้ เพื่อมาตรวจสอบว่ามีส่วนไหนพบการทุจริตประพฤติมิชอบ ก็จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาในภายหลัง ทั้งนี้ จากการสอบถามรายละเอียดเรื่องการสอบปากคำเมื่อคืนที่ผ่านมายังไม่ได้ให้ข้อมูลอะไรเป็นประโยชน์ ซึ่งตอนแรกจะให้เวลาไปทำข้อมูลชี้แจงใน 2 เดือน แต่คิดว่านานไป จึงได้ให้พนักงานสอบสวนแจ้งเวลาเหลือเพียงแค่ 1 สัปดาห์ เราพร้อมให้ความเป็นธรรม เพราะเขาบอกว่าเขาสามารถชี้แจงได้
ส่วนสำนวนคดีนี้คือ “โบนัส” ที่พระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้นำเงินของวัดไปจ่ายให้กับลูกศิษย์หลักแสนบาทต่อคน ในช่วงปี 2555-2559 ซึ่งถือว่าใช้เงินผิดวัตถุประสงค์เงินในบัญชีวัดนาป่าพง เพราะเมื่อเงินเข้าวัดแล้วก็ถือว่า เป็นเงินของวัด จะอ้างว่าเป็นเงินส่วนตัวไม่ได้ เพราะเงินที่ประชาชนนำถวาย เขาไม่ได้ถวายให้กับพระคึกฤทธิ์ส่วนตัว แต่ให้ใช้ในกิจการของสงฆ์เท่านั้น
ตามหลักแล้วเส้นทางการสำนวนจะเป็นความลับ แต่กลับไม่รู้ว่ารั่วไหลไปถึงพระอาจารย์คึกฤทธิ์ได้อย่างไร จึงตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใดถึงเข้ามาในช่วงที่สำนวนการสอบสวนถูกส่งกลับมา จึงเชื่อว่าอาจจะมีหนอน แต่ไม่รู้ว่าส่วนไหน ยังไม่อยากจะโทษใคร เพราะเรายังไม่มีหลักฐาน

