ไอ้ต้อม ยินดีรับโทษประหาร ฆ่าหั่นศพแฟนสาว สำนึกผิดก่อเหตุเหี้ยม ฝากถึงทุกคน อย่าประมาท

27.03.26 | 11:15 น.

คุมตัวมือฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาวฝากขัง ค้านประกันตัว เจ้าตัวสำนึกผิด อ้างลงมือเพราะความหึงหวง ลั่นอยากได้รับโทษประหาร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 27 มีนาคม ที่ สน.ทุ่งสองห้อง พ.ต.อ.ยุทธศิลป์ การินทร์ ผกก.สน.ทุ่งสองห้อง สั่งการพนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง นำตัวนายต้อม สัญชาติลาว ผู้ต้องหาในคดีฆ่าหั่นศพแฟนสาวชาวลาว ส่งตัวฝากขังผัดแรก ที่ศาลอาญา พร้อมคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษสูง เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนี

ระหว่างนำตัวนายต้อมขึ้นรถ ผู้ต้องหาเผยว่า คิดถึงแฟนมาก อยากบอกขอโทษพ่อแม่ของผู้เสียชีวิตและทั้งสองฝ่าย

นายต้อมเผยว่า สำนึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไป อยากจะขอโทษทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ยอมรับว่าตอนนั้นรู้สึกโกรธ หึงหวง พยายามจะพูดคุยดีๆ จะพาแฟนสาวกลับไปพูดคุยกับครอบครัว แต่แฟนสาวไม่ยินยอมพร้อมกับขึ้นเสียงใส่ ทำให้พลั้งมือฆ่าแฟนสาว ส่วนสาเหตุที่ต้องหั่นศพแฟนสาว ตอนนั้นก็ไม่รู้ตัวเองว่าคิดอะไรอยู่

นายต้อมยังยอมรับอีกว่า เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป ตอนนี้ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว รู้สึกผิดในสิ่งที่ทำลงไป พร้อมรับในสิ่งที่กระทำลงไปตามกฎหมาย ยินดีรับโทษประหารชีวิต รวมทั้งอยากบอกเป็นอุทาหรณ์ให้กับทุกคนว่า “อย่าประมาทในชีวิต ตนประมาทเกินไป” ถ้าประหารชีวิตได้ยิ่งดี อยากได้รับโทษประหารชีวิต จะได้ไม่เป็นเยี่ยงอย่างแก่คนอื่น ทุกคนจะได้กลัว แต่ถ้าหากว่าพ้นโทษจากเรือนจำก็พร้อมที่จะบวชให้แฟนสาวตลอดชีวิตที่ลาว

Advertisement

ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญ มีอัตราโทษที่สูง และเป็นคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชน

มีรายงานทางการสอบสวนระบุว่า ช่วงค่ำวานนี้ (26 มี.ค.) พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม นายต้อมได้ยืนยันชี้จุดที่นำถุงบรรจุเศษชิ้นส่วนศพไปทิ้งและยืนยันยอมรับว่าเป็นบุคคลในคลิปภาพ ตามกล้องวงจรปิดที่ปรากฏ นอกจากนี้ ผู้ต้องหาอ้างว่ากระทำไปเพราะหึงหวงและโกรธ

ด้านการรับศพ ขณะนี้สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม อยู่ระหว่างการรอชิ้นส่วนที่เหลืออีก 2 ชิ้นส่วนที่ยังหายไป เพื่อตรวจสอบร่างอย่างละเอียด ก่อนส่งมอบให้กับครอบครัว ซึ่งคาดว่าใช้เวลาอย่างน้อย 20 วัน ถึงจะสามารถรับร่างไปประกอบพิธีบำเพ็ญกุศลทางศาสนาได้

อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ครอบครัวได้ดำเนินการตรวจ DNA เป็นที่เรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการรอผลไปเทียบเคียงกับ DNA เศษชิ้นส่วนที่พบ หากครอบครัวได้รับร่างแล้วก็จะนำมาประกอบพิธีฌาปนกิจและบำเพ็ญกุศลในประเทศไทยต่อไป

ล่าสุดทางครอบครัวแจ้งความประสงค์เบื้องต้นว่าจะย้ายไปที่วัดช่องลม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ระหว่างนี้ทั้งครอบครัวเดินทางกลับไปยัง สปป.ลาว เพื่อไปดูใจพ่อแม่ของ น.ส.แรม ที่ยังคงโศกเศร้าเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น