ย้อนดูคลิป ธัมมชโย พบลูกศิษย์ ใน วัดธรรมกาย ก่อน หายตัวไร้ร่องรอย จนถึงวันคดีขาดอายุความ
กลายเป็นคดีมหากาพย์ สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อทั้งวงการศาสนา และกระบวนการยุติธรรมไทยมากที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา คงไม่มีกรณีใดเทียบเท่ากับกรณีของ นายไชยบูลย์ สุทธิผล หรือ “อดีตพระธัมมชโย” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ซึ่งอยู่ท่ามกลางศรัทธาของศาสนิกชนนับแสน
แต่กลายมาเป็นผู้ต้องหาหลบหนีคดี และล่องหนหายไปอย่างไร้ร่องรอยนับตั้งแต่ปี พ.ศ.2560 เป็นต้นมา
จุดเริ่มต้นแห่งคดี ทุจริตสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ชนวนเหตุสำคัญของคดีนี้ไม่ได้เริ่มต้นที่ตัวอดีตพระธัมมชโยโดยตรง แต่มาจากการทุจริตภายใน สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น โดยนายศุภชัย ศรีศุภอักษร (อดีตประธานสหกรณ์ฯ) ซึ่งจากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของดีเอไอส พบการสั่งจ่ายเช็คเงินสดจากสหกรณ์ฯ เข้าบัญชีของ อดีตพระธัมมชโยและเครือข่ายวัดพระธรรมกาย รวมมูลค่ากว่า 1,400 ล้านบาท
จนกระทั่งนำมาสู่การแจ้งข้อกล่าวหาในฐานความผิด “สมคบกันฟอกเงิน ร่วมกันฟอกเงิน และรับของโจร” ในปี พ.ศ.2559 ทว่าทางวัดอ้างว่าเงินจำนวนดังกล่าวเป็นเงินทำบุญโดยสุจริต และอดีตพระธัมมชโยไม่สามารถเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาได้เนื่องจากมีอาการอาพาธรุนแรง
ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ดีเอสไอเริ่มยุทธการปิดล้อม “อาณาจักรธรรมกาย” เนื่องจากการเจรจาล้มเหลวและศาลอนุมัติหมายจับ ซึ่งรัฐบาลในขณะนั้นได้งัดกฎหมายพิเศษอย่าง มาตรา 44 ประกาศให้วัดพระธรรมกายเป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษ มีการสนธิกำลังดีเอสไอ ตำรวจ และทหาร รวมกว่า 4,000 นาย เข้าทำการปิดล้อมวัดอย่างเต็มรูปแบบในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2560

ช่วงนั้นการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่เข้าปฏิบัติงานเต็มไปด้วยอุปสรรคและประเด็นถกเถียงทางสังคม ต้องพบเจอกับกำแพงมนุษย์ นั้นคือคณะศิษยานุศิษย์และพระสงฆ์นับพันรวมตัวสวดมนต์สกัดกั้นการทำงานของเจ้าหน้าที่
อย่างไรก็ตาม เมื่อเข้าไปตรวจค้นภายในวัดก็ต้องพบกับความ สูญเปล่า ช่วงนั้นเจ้าหน้าที่สามารถบุกเข้าตรวจค้น “อาคารดาวดึงส์” (กุฏิพำนัก) และระบบอุโมงค์ใต้ดิน แต่กลับพบเพียงเตียงนอนเปล่าและเครื่องปรับความดันอากาศทางการแพทย์ ไม่พบร่องรอยของอดีตพระธัมมชโย

เรียกได้ว่า หลังการปิดล้อมค้นหาอย่างพลิกแผ่นดินนานกว่า 20 วัน เจ้าหน้าที่จำต้องประกาศยุติการค้นหาในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ.2560 โดยเปลี่ยนสถานะของอดีตพระธัมมชโยเป็น “ผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ” นับแต่นั้นมา แต่ก็มีกระแสข่าวลือหนาหู เกี่ยวกับการหลบหนีของอดีตพระธัมมชโย บ้างก็ระบุว่าหลบหนีออกนอกประเทศผ่านช่องทางธรรมชาติไปยังยุโรป บ้างระบุว่ายังคงซ่อนตัวอยู่ในเซฟเฮาส์ลับในประเทศไทย แต่กระนั้นก็ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆ ยืนยันพิกัดที่แท้จริงได้

และด้วยกาลเวลาที่ผ่านมา คดีก็เริ่มเงียบไป จนกระทั่งเมื่อวันที่ 27 มีนาคม กระทั่ง 20 มีนาคม 2569 ดีเอสไอได้แจ้งผลคำสั่งจากอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 มีความเห็นให้ “ยุติการดำเนินคดีอาญา” กับอดีตพระธัมมชโยในคดีฟอกเงินและรับของโจร เนื่องจากคดีดังกล่าวมีอายุความ 15 ปี (นับจากความผิดเช็คใบสุดท้ายปี 2554) และพนักงานสอบสวนไม่สามารถจับกุมตัวมาส่งฟ้องศาลได้ทันตามกรอบเวลา
ส่วนคดีทางแพ่ง สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ยังคงดำเนินการยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับคดีได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีอายุความ ซึ่งที่ผ่านมาสามารถนำส่งทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหายในระบบสหกรณ์ฯ ได้นับพันล้านบาท 
มหากาพย์คดีธัมมชโยจึงปิดฉากลง ตามกฎหมายอาญา ส่วนการหายตัวไปอันเป็นปริศนาที่ยังคงไม่มีใครสามารถตอบได้อย่างเป็นรูปธรรมจนถึงปัจจุบัน
มติชนออนไลน์ จะพาไป ย้อนดูคลิปเมื่อปี 2559 วันที่ 22 เมษายน ดีเอสไอได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแฝงตัวเป็นกลุ่มญาติธรรมภายในวัดพระธรรมกาย และได้บันทึกคลิปวิดีโอ พระธัมมชโย เมื่อวันที่ 22 เมษายน ระหว่างเดินลงจากรถและเดินพบกับลูกศิษย์ที่มารอ
ซึ่งช่วงนั้นมีกระแสข่าวว่าพระธัมมชโยในขณะนั้นมีอาการป่วยรุนแรง ไม่สามารถมาพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียก ทั้งนี้ คลิปดังกล่าวมีความยาวประมาณ 1 นาทีครึ่ง เป็นการเดินทักทาย พูดคุยกับลูกศิษย์ ซึ่งเป็นอีกพยานหลักฐานที่ดีเอสไอเชื่อว่าพระธัมมชโย ไม่ได้ป่วยรุนแรง จึงนำไปสู่การพิจารณาขอหมายจับในขณะนั้น


