อสส.เผย กำชับ อธิบดีอัยการคดีพิเศษ 22 เม.ย.ยื่นฟ้อง 3 ผู้ต้องหารายสำคัญคดีปั่น หุ้น MORE ต่อศาลอาญา เผยอ้างเหตุร้องขอความเป็นธรรมไม่ได้แล้ว ยันไม่มีใครเปลี่ยนแปลงคำสั่งได้
เมื่อวันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าคดีที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งฟ้อง นายอภิมุข บำรุงวงศ์ กับพวกรวม 42 คน คดีปั่นหุ้น MORE มูลค่าความเสียหายกว่า 4.5 พันล้านบาท และอัยการสำนักงานอัยการคดีพิเศษ 3 นัด ฟังคำสั่ง 3 ผู้ต้องหาราย สำคัญประกอบด้วย นายสมนึก กยาวัฒนกิจ ประธานกรรมการบริษัทในเครือ ตงฮั้ว, น.ส.ปุณฑรีก์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC), นายอมฤทธิ์ กล่อมจิตเจริญ หรือ เฮียม้อ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร MORE มายื่นฟ้อง เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา แต่ นางเยาวลักษณ์ นนทแก้ว อธิบดีอัยการคดีพิเศษสั่งอนุญาตให้เลื่อนเป็นวันที่ 22 เม.ย. เวลา 09.00 น.
นายอิทธิพร แก้วทิพย์ อัยการสูงสุด กล่าวว่า ได้พบกับอธิบดีอัยการคดีพิเศษและได้กำชับแล้วว่าในนัดครั้งหน้าหากผู้ต้องหามาพบพนักงานอัยการจะต้องปฏิบัติตามคำสั่งฟ้องของอัยการสูงสุดที่ได้มีคำสั่งฟ้องคดี ก็คือต้องนำตัวผู้ต้องหายื่นฟ้องต่อศาลอาญา ส่วนที่จำเลยอ้างร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุด จะใช้มาเป็นเหตุอ้างเลื่อนคดีไม่ได้แล้ว คดีนี้อัยการสูงสุดท่านที่แล้ว คือ นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ มีคำสั่งฟ้องคดี จะไม่มีใครเปลี่ยนแปลงคำสั่งฟ้องได้ ตนก็เปลี่ยนไม่ได้ จะมาอ้างเหตุร้องขอความเป็นธรรมไม่ได้อีกแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย อัยการสูงสุดชี้ขาดให้ฟ้อง ในความผิดฐาน ร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE และมีลักษณะต่อเนื่องกันโดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด, ร่วมกันฉ้อโกง, เป็นอั้งยี่ และซ่องโจร ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ.2535 มาตรา 244/3 และมาตรา 244/5
โดยในนัดที่แล้วผู้ต้องหาทั้ง 3 ยื่นคำร้องขอเลื่อนการฟังคำสั่งออกไปก่อน โดยนายอมฤทธิ์ หรือเฮียม้อ และ น.ส.ปุณฑรีก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.โกลบอล เซอร์วิส เซ็นเตอร์ (GSC) อ้างเหตุว่า ป.ป.ช.มีหนังสือเรียกให้ไปเป็นพยานในวันนี้ (ไม่ได้บอกรายละเอียดคดีอะไร) พร้อมแสดงหนังสือเรียก ป.ป.ช.เป็นหลักฐาน
ขณะที่นายสมนึก ประธานกรรมการบริษัทในเครือตงฮั้ว ก่อนหน้านี้ได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออัยการสูงสุดเพิ่มเติม จนอัยการสูงสุดมีหนังสือตรวจสอบข้อเท็จจริงมายังอัยการคดีพิเศษ

