รอง ผบ.ตร ลุยตรวจชายแดนใต้ ป้องกันลักลอบนำเข้า–ส่งออกน้ำมัน คุมเข้มสกัดกั้นกองทัพมด
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับน้ำมันเชื้อเพลิง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ลงพื้นที่ประชุมติดตามสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 เพื่อกำชับมาตรการป้องกันการลักลอบนำเข้า–ส่งออก และการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิง บริเวณชายแดนไทย–มาเลเซีย ณ ห้องประชุมด่านศุลกากรสะเดา จังหวัดสงขลา
โดย มี พล.ต.ต.พงพิพัฒน์ ศิริพรวิวัฒน์ รอง ผบช ตชด , พล.ต.ต.ธีรศักดิ์ ไชยโยธา ผบก จ.สงขลา, พล.ต.ต.มารุต เรืองจินตนา ผบก สส ภ 9, ผู้แทนด่านศุลกากรสะเดา, ผู้แทนสรรพสามิตจังหวัดสงขลา, ผู้แทนฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา, ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดน, ผู้แทนหน่วยเฉพาะกิจทหารราบที่ 5 และผู้แทนกองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 6 เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง
พล.ต.อ.ธัชชัย กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามสถานการณ์เชิงรุกตามข้อสั่งการของรัฐบาล ภายหลังสถานการณ์ราคาพลังงานในภูมิภาคมีความแตกต่างกัน ซึ่งอาจเป็นปัจจัยจูงใจให้เกิดการลักลอบนำเข้า–ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงในบางช่วง จึงได้บูรณาการการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กรมศุลกากร กรมสรรพสามิต ฝ่ายปกครอง และฝ่ายความมั่นคง เพื่อเฝ้าระวังและควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

จากการติดตามข้อมูลในพื้นที่ พบว่าราคาน้ำมันดีเซลในประเทศมาเลเซียสูงกว่าประเทศไทยประมาณ 6 บาทต่อลิตร อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบร่วมกันของทุกหน่วยงาน ยังไม่พบการลักลอบส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิงไปยังประเทศมาเลเซีย ทั้งในพื้นที่ด่านศุลกากรและตลอดแนวชายแดน อีกทั้งทางการมาเลเซียได้มีมาตรการเข้มงวดในการป้องกันการลักลอบนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเช่นเดียวกัน ส่งผลให้การกระทำในลักษณะดังกล่าวยังไม่ปรากฏแนวโน้มในเชิงขบวนการ และไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้ทุกหน่วยคงความเข้มงวดในการปฏิบัติ โดยเฉพาะการเฝ้าระวังการลักลอบในลักษณะ “กองทัพมด” ซึ่งเป็นการลำเลียงน้ำมันในปริมาณเล็กน้อยหลายครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ พร้อมสั่งการให้เพิ่มความถี่ในการตรวจตราตามแนวชายแดนและจุดเสี่ยง เพื่อป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดอย่างเด็ดขาด
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะดำเนินการบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาเสถียรภาพด้านพลังงาน ปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ และสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนในภาพรวม

