เก๋งไฟฟ้า ซิ่งวนรอบวงเวียน ก่อนชนสามล้อ พุ่งเข้าร้านสะดวกซื้อ บาดเจ็บระนาว 8 ราย ทั้งไทย-ต่างชาติ
เมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ต.ท.นภสินธิ์ ปิยะรัฐ สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุรถยนต์พุ่งชนเซเว่นอีเลฟเว่น ใกล้ปากทางออกซอยรามบุตรี แขวงชนะสงคราม เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย จึงรุดไปตรวจสอบ พร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู
ที่เกิดเหตุย่านใจกลางเมืองเก่า พบรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล สีขาว ทะเบียน 6ขฆ 7781 กรุงเทพมหานครเสียหลักพุ่งชนร้านสะดวกซื้อและร้านค้าข้างทางบริเวณวงเวียนถนนบวรนิเวศ ย่านบางลำพู ส่งผลให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทั้งชาวไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวม 8 ราย เบื้องต้นคนขับอ้างควบคุมรถไม่ได้
จากหลักฐานภาพกล้องวงจรปิดในบริเวณที่เกิดเหตุ เผยให้เห็นพฤติการณ์ก่อนเกิดอุบัติเหตุ โดยรถยนต์ไฟฟ้าสีเทาคันต้นเหตุ ได้ขับมาจอดบริเวณวงเวียนถนนบวรนิเวศ เขตพระนคร แต่แล้วจู่ๆ รถคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องยนต์ด้วยความเร็วสูง ขับวนรอบวงเวียนถึง 2 รอบ ท่ามกลางสายตาของประชาชนที่อยู่ในบริเวณนั้น ก่อนที่รถจะเสียหลักพุ่งตรงเข้าชนรถสามล้อเครื่องที่จอดอยู่ริมทาง และกวาดเอาร้านก๋วยเตี๋ยวริมทางเท้าจนพังยับเยิน
ก่อนจะพุ่งทะลุกระจกเข้าไปหยุดสนิทอยู่ภายในร้านสะดวกซื้อชื่อดัง สร้างความแตกตื่นตกใจให้กับผู้ที่กำลังจับจ่ายใช้สอยและรับประทานอาหารอยู่เป็นอย่างมาก ทำให้มีผู้บาดเจ็บ 8 ราย แบ่งเป็นชาวไทย 6 ราย (ชาย 2 หญิง 4) และนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสัญชาติเยอรมันอีก 2 ราย อาสามูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน
ขณะที่ คนขับรถสามล้อรับจ้าง ที่ถูกชนพังเสียหาย เปิดเผยว่า ในจังหวะที่รถเก๋งพุ่งเข้ามานั้น รถสามล้อของตนได้ช่วยชะลอแรงกระแทกไว้ได้ในระดับหนึ่ง หากไม่มีรถของตนจอดขวางอยู่ เชื่อว่ารถเก๋งน่าจะพุ่งเข้าไปด้วยความเร็วที่สูงกว่านี้ และอาจส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรงมากกว่าที่เกิดขึ้น
จากการสอบถามนายเฉลิมชัย ลีลายิ่งยศ เจ้าของร้านก๋วยเตี๋ยวที่อยู่ในเหตุการณ์ เล่าด้วยความระทึกว่า ขณะที่กำลังขายของอยู่นั้น สังเกตเห็นรถคันดังกล่าวขับเร่งเครื่องวนรอบวงเวียนผิดปกติถึง 2 รอบ ทำให้แม่และแฟนสาวของตนเกิดความกลัวว่าจะเกิดอันตราย จึงพยายามพากันวิ่งหลบเข้าไปในร้านสะดวกซื้อเพื่อความปลอดภัย แต่ไม่คาดคิดว่ารถจะพุ่งตามเข้าไปชนถึงในร้านจนทำให้ทั้งคู่ได้รับบาดเจ็บ
เบื้องต้นตำรวจระบุว่า คนขับรถคันดังกล่าวเป็นหญิง ทราบชื่อ น.ส.ณัชชา อายุ 57 ปี ให้การว่า “ไม่สามารถควบคุมรถได้ในขณะเกิดเหตุ” อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การทั้งหมด และยังไม่สามารถสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ว่าเกิดจากความผิดปกติของระบบตัวรถ หรือเป็นความประมาทของผู้ขับขี่ ส่วนผลการตรวจปัสสาวะ น.ส.ณัชชา ไม่พบสารเสพติด และการตรวจสอบเป่าแอลกอฮอล์ อยู่ในเกณฑ์ปกติ



