สว.สำรอง ยื่นหนังสือต่อ อสส. ขอให้เร่งรัด ดีเอสไอ สอบผู้เกี่ยวข้องคดีฮั้วสว. ชี้มีหลักฐาน

3.04.26 | 12:27 น.

สว.สำรอง ยื่นหนังสือต่ออสส. ขอให้เร่งรัด ดีเอสไอ สอบผู้เกี่ยวข้องคดีฮั้วสว. ฝากถึงกกต.คิดดี ๆ หากจะเป่าคดีนี้ เผยมีหลักฐานอีกหลายการที่พร้อมเปิดเผย มั่นใจถ้าคดีถึงศาล คนผิดไม่รอด

เมื่อวันที่ 3 เมษายน ที่สำนักงานอัยการสูงสุด ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติแจ้งวัฒนะ นายธนวัฒน์ ศรีสุข สว.สำรองกลุ่ม 13 เดินทางเข้ามายื่นหนังสือ ต่ออัยการสูงสุด เพื่อให้ทางอัยการสูงสุดสั่งให้อัยการที่มีส่วนร่วมในการทำคดี 24/2568 เร่งรัดดำเนินการให้เป็นไปตามบันทึกการสั่งการของอัยการสูงสุดที่ได้สงสำนวนไปให้กรมสอบสวนคดีพิเศษหาข้อมูลเพิ่มเติม


นายธนวัฒน์ กล่าวว่า เนื่องจากตนเคยส่งหนังสือถึงอัยการสูงสุด เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม 2568 เพื่อให้เร่งรัดการสอบสวนคดีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา ต่อมาตนได้ทราบว่าทางอัยการได้ส่งสำนวนคืนให้กับกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ประชุมร่วมคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 ได้มีมติให้ดำเนินการ และให้เชิญสมาชิกวุฒิสภาสำรองที่ร้องเรียนมาให้ปากคำประกอบในสำนวนด้วย แต่ตอนนี้เวลาล่วงเลยมานานแล้ว กลับไม่ได้มีการดำเนินการให้เกิดความคืบหน้าในคดีนี้แต่อย่างใด ตนจึงเรียกร้องมายังอัยการสูงสุดสั่งการให้พนักงานอัยการที่ร่วมเป็นพนักงานสอบสวนในคดีพิเศษที่ 24/2568 มีส่วนเร่งรัดในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามสั่งการของบันทึกอัยการสูงสุดที่ได้ส่งสำนวนคืนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษดังกล่าวโดยเร็วต่อไป

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทางอัยการให้กรม สอบสวนคดีพิเศษสืบประเด็นเพิ่มเติมต่อไปนี้ 1.ให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในประเด็นต่างๆ เพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มผู้กระทำผิดที่จำแนกไว้เป็นกลุ่มต่างๆทั้ง 7 กลุ่มตามหนังสือร้องขอความเป็นธรรมของสมาชิกวุฒิสภาสำรองดังที่กล่าวข้างต้นด้วยโดยเฉพาะ 2.การเชิญผู้เกี่ยวข้องของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่เคยร่วมรับผิดชอบและรู้เห็นในพฤติการณ์ในคดีนี้มาสอบปากคำประกอบในสำน 3.การขอเรียกเอาเอกสารเกี่ยวข้องทางการเงิน จาก ปปง.,จาก กกต,และจากสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา มาประกอบสำนวน ซึ่งตนก็รอให้ทางพนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ เชิญเข้าไปสอบสวนตั้งนานแล้ว แต่เวลาผ่านมากว่า 1 เดือน ยังไม่มีใครเรียกตนเข้าไปสอบสวนเลย วันนี้ถ้ากกต.จะเป่าคดีนี้ ตนขอให้กลับไปคิดดี ๆ เพราะหลักฐานมีจำนวนมาก พวกเราสว.สำรองทุกวันนี้หมดความต้่องการที่จะเข้าสภาแล้ว แต่ที่ทำเพราะต้องการให้สังคมเดินไปในทางที่ถูกต้อง ถ้ากระบวนการยุติธรรมของเรายังเป็นแบบนี้ จะไม่มีนักลงทุนคนไหนกล้าเข้ามาลงทุน เพราะกังวลเรื่องความมั่นคง

นายธนวัฒน์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ตนมีหลักฐานเกี่ยวกับสว.คนดังอักษรย่อส.ปัจจุบันเป็นสว.ที่ปฏิบัติหน้าที่แล้ว และอีกคนชื่อย่อพ. มีพยานตัวอักษรย่อส.มาเป็นพยานบุคคลและชี้แจงรายละเอียดจนครบ มีเส้นทางการเงิน ชื่อ หน้าบัญชี และสลิปโอนเงิน ซึ่งเอกสารชุดนี้อยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ แล้วมาวันนี้จะให้จบคดีที่ 8 คน จาก 200 กว่าคน ทางเรามีหลักฐานอีกหลายรายการที่พร้อมเปิดเช่นกัน ถ้าเป็นไปได้ตนอยากให้อัยการเรียกสำนวนคดีของชุดที่ 26 ที่กกต.กับกรมสอบสวนคดีพิเศษร่วมกันสอบ เพราะหลักฐานแน่นมาก ถ้าขึ้นศาลไม่มีทางรอด

Advertisement