ราชทัณฑ์ แจงยิบ อาการป่วย-ขั้นตอนรักษา เอกชัย หงส์กังวาน แพทย์เฉพาะทางดูแลใกล้ชิด ประเมินแล้วให้กลับไปคุมขังได้ นัดพบหมออีกครั้ง 14 ก.ค. ยืนยันดูแลผู้ต้องขังทุกคนตามเกณฑ์มาตรฐาน
เมื่อวันที่ 6 เมษายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรมราชทัณฑ์ ออกเอกสารชี้แจงกรณี “เอกชัย หงส์กังวาน” คดี ม.110 พบอาการทั่วไปปกติ ทีมแพทย์ดูแลใกล้ชิดพร้อมรักษาต่อเนื่อง ยันระบบสาธารณสุขเรือนจำมีมาตรฐานสากล ลงวันที่ 4 เมษายน
โดยระบุว่า ตามที่นายเอกชัย หงส์กังวาน จำเลยในคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 110 เคยถูกคุมขังที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2566 โดยขณะนั้นมีประวัติป่วยด้วยโรคฝีในตับ ได้เข้ารับการรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ และส่งตัวไปรับการรักษาต่อที่โรงพยาบาลราชวิถี จนกระทั่งแพทย์เห็นว่าขนาดฝีลดลงจนเหลือแต่ร่องรอยแผลในตับ ผลการรักษาเป็นที่น่าพอใจแพทย์จึงให้หยุดยาปฏิชีวนะได้ เดือนธันวาคม 2566 แพทย์ติดตามอาการและนัดอย่างต่อเนื่องที่โรงพยาบาลราชวิถีอีกครั้ง ในช่วงเดือนมีนาคม 2567 ซึ่งต่อมาในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2567 นายเอกชัยได้รับการปล่อยตัวพ้นโทษจำคุกไปแล้วนั้น
กรมราชทัณฑ์ขอเรียนว่า นายเอกชัยกลับเข้าคุมขังอีกครั้งในวันที่ 5 สิงหาคม 2568 ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร และย้ายไปคุมขังยังเรือนจำกลางคลองเปรม โดยช่วงที่รับตัวแรกรับเข้าคุมขังเรือนจำมีการตรวจร่างกายพบว่าสัญญาณชีพและอาการทั่วไปปกติ จากการซักถามประวัติการเจ็บป่วยในอดีตพบว่านายเอกชัยเคยป่วยเป็นโรคฝีในตับ โดยไม่พบประวัติการรักษาต่อเนื่องของนายเอกชัยระหว่างอยู่ภายนอกเรือนจำ
อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ต้องขังที่มีอาการเจ็บป่วยที่อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่อง จึงได้ส่งตัวนายเอกชัยไปรักษาที่ทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ โดยได้รับการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง
เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 นายเอกชัยได้รับการตรวจด้วยเครื่องอัลตราซาวด์ช่องท้องส่วนบน (Ultrasound Upper Abdomen) โดยละเอียด ผลการตรวจพบเพียงภาวะตับและม้ามโตเล็กน้อย ซึ่งแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้แจ้งผลให้นายเอกชัยทราบโดยตรง และมีความเห็นว่าอาการดังกล่าวอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย สามารถกลับไปคุมขังและดูแลต่อเนื่องที่เรือนจำกลางคลองเปรมได้ตามปกติ
ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 มีนาคม 2569 ทีมแพทย์เฉพาะทางระบบทางเดินปัสสาวะได้เข้าตรวจวินิจฉัยกรณีปัสสาวะบ่อยและไม่พุ่ง ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ ผลการตรวจปัสสาวะ (Urine Analysis) และผลตรวจเลือดหาค่าบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมาก (PSA) พบว่า “ปกติ” ไม่พบการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะส่วนบน และไม่มีภาวะอักเสบรุนแรง แพทย์ได้ให้คำแนะนำในการดูแลตัวเองด้วยวิธีฝึกกลั้นปัสสาวะ (Bladder Training) พร้อมจัดยา Alfuzosin PR (ขนาด 10 mg) ให้รับประทานอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อบรรเทาอาการและช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ แพทย์เฉพาะทางจึงมีความเห็นส่งตัวนายเอกชัยกลับไปคุมขังที่เรือนจำกลางคลองเปรม เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569 โดยมีพยาบาลวิชาชีพประจำเรือนจำกลางคลองเปรมดูแลอย่างใกล้ชิด
กรมราชทัณฑ์ได้วางแผนการรักษาในระยะยาว โดยมีการนัดหมายติดตามอาการอีกครั้งในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 เพื่อตรวจปัสสาวะและวัดปริมาณปัสสาวะตกค้าง (PVR) ประเมินประสิทธิภาพการรักษาอย่างเป็นระบบ
กรมราชทัณฑ์ขอยืนยันว่า นายเอกชัยยังคงสามารถช่วยเหลือตนเองและทำกิจกรรมในชีวิตประจำวันได้ตามปกติ โดยมีเจ้าหน้าที่พยาบาลและทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิดตามมาตรฐานการปฏิบัติงาน (SOPs) และหลักสิทธิมนุษยชน
กรมราชทัณฑ์ขอให้สังคมเชื่อมั่นว่า การดูแลผู้ต้องขังทุกคนเป็นไปตามมาตรฐานการแพทย์และระเบียบของทางราชการ โดยคำนึงถึงสุขอนามัยและความปลอดภัยของผู้ต้องขังเป็นสิ่งสำคัญที่สุด


