ดีเอสไอ ลุยแกะรอยคดี เรือขนน้ำมัน ชะลอขนส่งกลางทะเล ผิดปกติน้ำมัน 57 ล้านลิตร จ่อเรียกบริษัทเกี่ยวข้องชี้แจง
เมื่อวันที่ 6 เม.ย. 69 ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เดินทางมายังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อรับฟังความคืบหน้าการดำเนินการของศูนย์ประสานงานการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปราบปรามการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงในภาวะการสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง โดย พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วยคณะทำงาน ได้รายงานความคืบหน้ากรณีการตรวจสอบพฤติกรรมของบริษัทเอกชนผู้ค้าน้ำมันที่ต้องสงสัยว่ามีการกักตุนน้ำมันในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยจากการขยายผลการสืบสวนพบข้อพิรุธที่อาจเชื่อมโยงกับหลายเครือข่ายบริษัท
โดยเฉพาะกระบวนการขนส่งน้ำมันทางทะเลจากโรงกลั่นสู่ปลายทางที่มีการชะลอการเดินเรืออย่างผิดปกติรวมกว่า 96 เที่ยว ส่งผลให้ปริมาณน้ำมันในระบบสูญหายไประหว่างการขนส่งกว่า 57 ล้านลิตร ตามข้อมูลเบื้องต้นที่ได้รับจากศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.)
พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า คดีอยู่ระหว่างสืบสวนเบื้องต้น และเตรียมเสนอคณะกรรมการคดีพิเศษพิจารณารับเป็นคดีพิเศษ หากพบการกระทำผิดจะรวบรวมเป็นคดีเดียวกันทั้งหมด พร้อมเร่งตรวจสอบเส้นทางน้ำมันที่หายไปกลางทะเลกว่า 57 ล้านลิตร รวมถึงจำนวนเรือขนส่งใน 96 เที่ยว ขณะที่บริษัทที่ถูกกล่าวหาออกมาชี้แจงปฏิเสธข้อกล่าวหาแล้ว
โดยดีเอสไอจะเรียกให้ชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบพยานหลักฐานต่อไป ยืนยันเร่งรัดคดีเต็มที่ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าสถานการณ์น้ำมันช่วงสงกรานต์จะไม่กระทบประชาชน

พ.ต.ต.ยุทธนา กล่าวว่า ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งรวบรวมพยานหลักฐานและบูรณาการข้อมูลร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมเจ้าท่า กรมสรรพสามิต และ ศรชล. เพื่อตรวจสอบใบกำกับการขนส่งและข้อมูลการชำระภาษีโดยละเอียด โดยจะนำข้อมูลดังกล่าวมาเปรียบเทียบกับปริมาณน้ำมันที่ถูกส่งเข้าคลังปลายทางในช่วงเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคมที่ผ่านมา เพื่อพิสูจน์ทราบว่าน้ำมันจำนวนมหาศาลที่หายไปนั้นถูกนำออกนอกระบบด้วยวิธีการใด และมีกลุ่มบุคคลใดอยู่เบื้องหลังกระบวนการที่สร้างความเสียหายต่อรัฐในครั้งนี้

ในขั้นตอนนี้ ดีเอสไอกำลังรอการส่งมอบข้อมูลอย่างเป็นทางการเพื่อนำมาวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งพิกัดการเดินเรือย้อนหลัง ระยะเวลาที่ใช้ในการขนส่ง และความสอดคล้องของปริมาณน้ำมันในแต่ละเที่ยวเรือ หากพบหลักฐานการกระทำผิดที่ชัดเจน จะดำเนินการแจ้งข้อกล่าวหาและขยายผลสู่ตัวการใหญ่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติและสร้างความโปร่งใสในอุตสาหกรรมพลังงานต่อไป โดยคาดว่าจะมีความชัดเจนของเส้นทางการเงินและกลุ่มผู้กระทำผิดเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้

