ผบช.ภาค 9 เผยยังล่า 2 มือปืน ยิงกมลศักดิ์ ดักรอสนามบินตั้งแต่บ่าย 3 ทีมฆ่าเร่งเครื่องแซงรัวถล่ม
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 6 เมษายน ที่ห้องประชุมยะลารวมใจ ศปก.ตร.สน.พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9/ ผบ.กกล.ตร.จชต.พร้อมด้วยนายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา นายนันทพงศ์ สุวรรณรัตน์ รองเลขาธิการ ศอ.บต.พล.ต.เฉลิมพงค์ คงบัว เลขาธิการ กอ.รมน. ภาค 4 สน.และพล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หน.สสส.กกล.ตร.จชต ร่วมกันแถลงข่าวการปฏิบัติการบังคับใช้กฏหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่ จชต.
พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ กล่าวถึงคดีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ส.ส.นราธิวาส ว่า ได้ลงไปดูที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง และรวบรวมพยานหลักฐาน ในคดีนี้มีข้อเท็จจริงที่ค่อนข้างเยอะ ทั้งตัวบุคคล พยานหลักฐาน ทั้งวันเวลาต่างๆ ไม่อยากให้เกิดความสับสน ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเราได้รวบรวมพยานหลักฐาน ยืนยันเราดำเนินการภายใต้กรอบของพยานหลักฐาน ภายใต้ข้อเท็จจริง พยานหลักฐานวันนี้ 90 % ทางเรื่องนี้จะให้หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวนซึ่งเป็นหัวหน้าทีมประชุมร่วมกันทุกวัน ติดตามทุกวันในประเด็นต่างๆ
พล.ต.ต.ชุมพล ศักดิ์สุรีย์มงคล หัวหน้ากองกำกับการสืบสวนสอบสวน กองกำลังตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ (หน.สสส.กกล.ตร.จชต.) กล่าวเพิ่มเติมว่า ในคดีนี้มีการออกหมายจับไปแล้ว 5 หมาย เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องได้แล้ว 3 ราย และกำลังเร่งติดตามจับกุมตัวอีก 2 ราย
จากการสืบสวนโดยส่งคนไปดักดูเป้าหมายตั้งแต่ต้นทางที่สนามบินหาดใหญ่ ขณะเดียวกันทีมสังหารได้นำรถไปจอดดักรอที่บริเวณหน้าบ้านพัก ซึ่งห่างจากบ้านของ สส. ประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลา 15.00 น. เนื่องจากไม่ทราบแน่ชัดว่าเป้าหมายจะเดินทางกลับมาในเที่ยวบินใด เมื่อรถของ สส. ขับผ่านมา ทีมสังหารได้ขับรถสะกดรอยตาม
ก่อนจะสบโอกาสเร่งเครื่องแซงและใช้อาวุธปืนยิงถล่ม จากนั้นขับรถหลบหนีนำไปทิ้งไว้ที่อู่ซ่อมรถในอ.ตากใบ เพื่อทำการรื้อชำแหละทำลายหลักฐาน ในการสอบหมายจับ เจ้าหน้าที่ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนนำไปสู่การออกหมายจับตั้งแต่คนที่ไปดูต้นทาง คนเตรียมอาวุธปืน มือยิง คนขับรถในขณะที่ยิง และอู่ที่ซ่อมรถ คนขับรถรับสารภาพ ส่วนมือปืนที่ยิงตอนนี้กำลังตามตัวอยู่ ส่วนคนที่เตรียมการและคนประสานงานคือนายสมพร ลังเดช ยังให้การปฏิเสธ ยังไม่ตัดประเด็นเรื่องส่วนตัว ซึ่งยังไม่ทราบถึงแรงจูงใจเพราะคนเตรียมการยังให้การปฏิเสธ จึงยังสรุปไม่ได้ แต่บางหลักฐานที่มีทั้งหมด ทั้งอาวุธปืนที่ใช้ก่อเหตุ กระสุนปืน รถที่นำไปชำแหละซึ่งมีความสอดคล้องกันยืนยันได้ว่าคนกลุ่มนี้กระทำความผิดหลักฐานแน่นหนา 100%
ซึ่งนายสมพร เมื่อปี 2557 มีประวัติเคยพัวพันคดีพยายามฆ่า โดยฆ่าผู้อื่น 2 ราย จ.ระแงะ ศาลยกฟ้อง ส่วนเรื่องรถที่ใช้ก่อเหตุแบ่งเป็น 2 ส่วน ยังไม่มีพยานหลักฐานว่าคนที่ให้มามีส่วนรู้เห็น หรือเกี่ยวข้อง ส่วนเรื่องระเบียบของการให้ยืมรถต้องสืบสวนกันต่อไป ซึ่งคนที่ให้เบิกรถซึ่งเป็นข้าราชการยังไม่พบความเชื่อมโยงกับมือยิงเบื้องต้นให้ยืมรถ ซึ่งระเบียนเรื่องการเบิกรถต้องสืบสวนต่อ ซึ่งรถได้ไปแจ้งความหายไว้เมื่อวันที่ 23 มีนาคมที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของผู้บงการ และมูลเหตุจูงใจ ที่แท้จริงนั้น ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปได้อย่างเป็นทางการ เนื่องจากผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทำหน้าที่รับงานมายังไม่ยอมให้การพาดพิงถึงบุคคลที่สาม ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะเร่งขยายผลผู้อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

