จับ ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง มืองัดตู้เซฟบ้านหรู กวาดทรัพย์สิน 3.5 ล้าน นำเงินเปย์สาวคาราโอเกะ พบเพิ่งคุกออกมาก

12.04.26 | 08:17 น.

จับ ป๋าต้น-เสี่ยกุ้ง มืองัดตู้เซฟบ้านหรู กวาดทรัพย์สิน 3.5 ล้าน นำเงินเปย์สาวคาราโอเกะ พบเพิ่งคุกออกมาก

 

เมื่อวันที่ 12 เมษายน พล.ต.ต.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ต.พัลลภ  แอร่มหล้า รอง ผบช.น. รับผิดชอบงานสืบสวน พล.ต.ต.ประสงค์ อานมณี ผบก.น.3 พ.ต.อ.อัครพล โทยะ รองผบก.น.3 รับผิดชอบงานสืบสวน  พ.ต.อ.กฤษ ก้อมน้อย ผกก.สส.บก.น.3 สั่งการให้ พ.ต.ท.จำนงค์ ประสพสุขมั่งดี รอง ผกก.สส.บก.น.3 พ.ต.ท.สุริยา  กุญแจกุล  พ.ต.ท.ธเนษฐ์  สอนจันดา  สว.กก.สส.บก.น.3 และ พ.ต.ต.นพพนธ์ แก้ววรรณา สว.สส.สน.ฉลองกรุง พร้อมเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนครบาล 3 และ สน.ฉลองกรุง เร่งทำการสืบสวนจับกุมตัวนายเกียรติชัย หรือ เสี่ยกุ้ง  อายุ 43 ปี พร้อมของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์คือ นาฬิกา Rolex  รุ่น GMT2 หน้าปัดสีดา จำนวน 1 เรือน , พระบูชาหลวงพ่อโสธร , เหรียญหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 เหรียญ , ต่างหูทองคำ 1 คู่ , ธนบัตรที่ระลึก และ เหล้า ยี่ห้อ Swing 1 ขวด ได้ที่บริเวณห้องเช่าแห่งหนึ่ง ซอยศิริเกษม 17 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพ ฯ และนายฉัตรชัย หรือ ป๋าต้น  อายุ 47 ปี  บริเวณห้องไม่มีเลขที่ซอยเพชรเกษม 96 แยก 10 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพ ฯ พบของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์คือ .นาฬิกายี่ห้อ ROLEX  รุ่น Datejust สีทูโทน แบบสเตนเลส จำนวน 1 เรือน เครื่องลายครามโบราณ จำนวน 6 ชุด และ กล้องถ่ายรูป จำนวน 1 ตัว

สืบเนื่องเมื่อวันที่ 4 เมษายน เวลาประมาณ 19.45 น. สน.ฉลองกรุง ได้รับแจ้งจากนาง ฉันทพร ขอสงวนนามสกุล  เจ้าของบ้านใน หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ซอยฉลองกรุง 23 แขวงลำปลาทิว เขตลาดกระบัง กรุงเทพ ฯ ว่ามีคนร้ายเข้าไปทำการลักทรัพย์ภายในบ้าน ได้ทรัพย์สินไปจำนวนมาก

พนักงานสอบสวนจึงได้ไปทำการตรวจที่เกิดเหตุพบว่าภายในบ้านพักบริเวณชั้นล่างมีร่องรอยการรื้อค้นข้าวของกระจัดกระจาย และที่บริเวณชั้นสอง ก็พบว่าประตูห้องนอนและประตูห้องพระถูกงัดลูกบิดออก เมื่อสำรวจดูทรัพย์สินพบว่าตู้เซฟถูกลากออกมาบริเวณกลางห้อง แล้วถูกงัด ภายในเก็บทรัพย์สินประเภทนาฬิกา , ทองรูปพรรณ , ทองคำแท่ง เงินสด และธนบัตรเก่าที่สะสมไว้ ถูกคนร้ายลักไป

Advertisement

ส่วนภายในห้องพระพบว่าพระพุทธรูปและพระเครื่องได้สูญหายไปจำนวนมาก บริเวณรอบๆ บ้านพบว่ามีร่องรอยการงัดแงะที่บริเวณหน้าต่างห้องนั่งเล่น , ประตูระเบียง ชั้นล่างมีร่องรอยการถูกงัดและเปิดทิ้งไว้ เชื่อว่าเป็นช่องทางของคนร้าย น่าจะเข้าทางหน้าต่าง และหนีออกทางประตูระเบียงชั้นล่าง

ซึ่งเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา ผู้เสียหายและสามีพากันเดินทางไปทำธุระต่างจังหวัดไปเช็งเม้ง ไม่มีใครอยู่ในบ้านพัก กลับมาถึง เมื่อวันที่ 4 เมษายน เมื่อเข้าไปภายในบ้านพักพบว่าบริเวณชั้นล่างมีร่องรอยการรื้อค้นกระจัดกระจาย จึงรีบขึ้นไปดูบริเวณชั้นสอง พบว่าประตูห้องนอนและประตูห้องพระถูกงัดลูกบิดออก

เมื่อสำรวจดูทรัพย์สินพบว่าตู้เซฟลีโก้ ขนาด 190 ก.ก. สูงประมาณ 1 เมตร ถูกคนร้ายลากมาไว้กลางห้องแล้วงัดออก โดยภายในเก็บทรัพย์สินประเภทนาฬิกา,ทองรูปพรรณ และทองคำแท่ง เอาไว้ได้ถูกคนร้ายลักไป ประกอบด้วย นาฬิกาข้อมือยี่ห้อโรเล็กซ์ จำนวน 2 เรือน รุ่น GMT2 หน้าปัดสีดา จำนวน 1 เรือน และ รุ่น Datejust สีทูโทน แบบสแตนเลส จำนวน 1 เรือน, ทองคำแท่งหนัก 5 บาท , 3 บาท รวมกันประมาณ 15 บาท  , สร้อยคอทองคำหนัก 3 บาท จำนวน 1 เส้น พร้อมพระเครื่องเลี่ยมทองไม่ทราบน้ำหนัก รวม 9 องค์ ทองรูปพรรณจำพวก สร้อยคอ , กำไลข้อมือ รวมประมาณ 20 บาท , เงินสกุลยูโร จำนวน 10,000 ยูโร กระเป๋า หลุยส์ วิตตอง จำนวน 3 ใบ และเมื่อเข้าไปดูในห้องพระพบว่าพระพุทธรูป หลวงพ่อพระพุทธชินราช , หลวงพ่อโสธร , หลวงพ่อแหลม รวมประมาณ 9 องค์ บริเวณห้องรับแขกมีสุราต่างประเทศ ประมาณ 20 ขวด และเครื่องลายครามโบราณ หายไป มูลค่าทรัพย์สินประมาณ  3.5 ล้านบาท  

พล.ต.ต.ประสงค์  พบว่าการก่อเหตุของคนร้ายที่ทำการงัดตู้เซฟสูงประมาณ 1 เมตร แล้วได้ทรัพย์สินไปเป็นจำนวนมากเป็นการก่อเหตุที่อุกฉกรรจ์ จึงสั่งการให้ ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 และ สน.ฉลองกรุง เร่งรัดจับคนร้ายให้ได้เชื่อว่าผู้ก่อเหตุต้องเคยมีประวัติอาชญากรรมในลักษณะดังกล่าวมาก่อนแน่นอน

ต่อมาฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 และ สน.ฉลองกรุง ได้รับแจ้งจากสายลับว่า มีชายชาวสุรินทร์ ซึ่งมีอาชีพขายพระเครื่องอยู่ย่านคลองหลอด เคยมีประวัติอาชญากรรมในเรื่องงัดตู้เซฟมาก่อน ประเภทเป็นลูกค้าเก่าเรือนจำหลายที่ ครั้งสุดท้ายถูกสืบสวนนครบาล 5 จับกุมในคดีงัดตู้เซฟเมื่อปี 2564 พึ่งพ้นโทษมาประมาณ 3-4 เดือน มาเช่าห้องพักอยู่ย่านปิ่นเกล้า มีเงินซื้อรถยนต์ มีเงินซื้อทองในยุคราคาแพง มีเงินไปเที่ยวร้านคาราโอเกะทุกคืน และเปย์หนัก จนสาว ๆ คาราโอเกะเรียกป๋าต้นและ เสี่ยกุ้ง

ฝ่ายสืบสวน  กก.สส.บก.น.3 และ สน.ฉลองกรุง จึงได้ไปทำการตรวจสอบพบว่าคนร้ายเข้ามาก่อเหตุลักทรัพย์ที่บ้านดังกล่าว ในวันที่ 26 – 27 มี.ค. 2569 รวม 2 วัน “ป๋าต้น” และ “เสี่ยกุ้ง” มีตำหนิรูปพรรณตรงกับคนร้ายที่ก่อเหตุในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง จริง จึงออกสืบสวนติดตามจับกุมตัว

ต่อมาเมื่อวันที่ 10 เมษายน ฝ่ายสืบสวน สน.ฉลองกรุง จับกุมตัวนายเกียรติชัย หรือ“เสี่ยกุ้ง” คำเลิศ อายุ 43 ปี ได้ที่บริเวณห้องเช่าเลขที่ 90/102 ซอยศิริเกษม 17 ถนนพุทธมณฑลสาย 3 แขวงบางไผ่ เขตบางแค กรุงเทพ ฯ พบของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์คือ นาฬิกา Rolex  รุ่น GMT2 หน้าปัดสีดา จำนวน 1 เรือน , พระบูชาหลวงพ่อโสธร , เหรียญหลวงปู่ทวดเลี่ยมทอง 1 เหรียญ , ต่างหูทองคำ 1 คู่ , ธนบัตรที่ระลึก และ เหล้า ยี่ห้อ Swing 1 ขวด

ต่อมาเมื่อวันที่ 11 เม.ย. 2569 ฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.น.3 สามารถจับกุมตัว นายฉัตรชัย หรือ “ป๋าต้น” นุราฤทธิ์ อายุ 47 ปี  อยู่ที่ 97 หมู่ 1 ตำบลพระแก้ว  อำเภอสังขะ  จังหวัดสุรินทร์ ได้ที่บริเวณห้องไม่มีเลขที่ซอยเพชรเกษม 96 แยก 10 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพ ฯ พบของกลางที่ได้จากการลักทรัพย์คือ .นาฬิกายี่ห้อ ROLEX  รุ่น Datejust สีทูโทน แบบสเตนเลส จำนวน 1 เรือน เครื่องลายครามโบราณ จำนวน 6 ชุด และ กล้องถ่ายรูป จำนวน 1 ตัว

นำตัวพร้อมของกลางส่ง ร.ต.อ.พิชิตชัย นาพัฒนกิจ รอง สว.(สอบสวน) สน.ฉลองกรุง โดยกล่าวหาว่า “ร่วมกันลักทรัพย์ ในเคหสถานโดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุมหรือรับของโจร”

“ป๋าต้น” และ “เสี่ยกุ้ง” ให้การรับว่า ได้เข้าไปทำการลักทรัพย์ในบ้านดังกล่าวจริง โดยบุคคลทั้งสอง พึ่งพ้นโทษคดีงัดตู้เซฟมาประมาณ 3 – 4 เดือน แล้วมาประกอบอาชีพตั้งแผงขายพระอยู่ที่ย่านคลองหลอด ใกล้สนามหลวง แต่รายได้ไม่ดี จึงชวนกันออกตระเวนงัดบ้านตามแนววิถีเดิม จากนั้นจะขับรถตระเวนไปตามหมู่บ้านที่ไม่มี รปภ. เมื่อพบบ้านลักษณะมีทรัพย์สินและไม่มีคนอยู่ จึงให้นายเกียรติชัย หรือ“เสี่ยกุ้ง” ปีนเข้าไปงัดบ้านแล้วเอาทรัพย์สินออกมา จากนั้น นายฉัตรชัย หรือ “ป๋าต้น” จะทำหน้าที่ดูต้นทาง และไปรับเมื่อเสร็จงาน แล้วนำทรัพย์สินที่ได้ไปขายแบ่งกัน ส่วนบ้านของผู้เสียหายในพื้นที่ สน.ฉลองกรุง นายเกียรติชัย หรือ“เสี่ยกุ้ง” เข้าไปงัดตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคมได้ทรัพย์สินจำพวกพระบูชา พระเครื่อง เหล้าต่างประเทศ และเครื่องเบญจรงค์ แล้วแจ้งให้ นายฉัตรชัย หรือ “ป๋าต้น” ทราบว่าภายในบ้านมีตู้เซฟขนาดใหญ่

จากนั้นในวันที่ 27 มีนาคมทั้งคู่จึงเวียนกลับมางัดตู้เซฟที่บ้านดังกล่าวใช้เวลาไม่ถึง 10 นาที่ ก็ได้ทรัพย์สินจำพวกนาฬิกา เงินสด ทอง และพระเลี่ยมทอง แล้วนำทองไปหลอม นำออกขาย ส่วนพระเครื่อง และพระบูชา ก็นำไปขายที่แผงพระของพวกตนเอง จนทำให้มีเงินใช้จ่ายคล่องมือ  จากนั้นได้ตระเวนออกไปเที่ยวตามร้านคาราโอเกะ ในย่านปิ่นเกล้า สาว ๆ ในร้านต่างติดใจในความใจป้ำของพวกตนเอง จนสายลับที่รู้จักกันพบพฤติการณ์ใช้เงินมือเติบ จึงไปแจ้งตำรวจสืบนครบาล 3 ให้ทราบ จนตามมาจับกุมตัวดังกล่าว