ตร.พร้อมสหวิชาชีพ สอบเหยื่อถูก พลทหาร ลวนลาม หาผู้ร่วมทำผิดเพิ่ม ก่อนประสานทบ.ส่งตัว

17.04.26 | 11:38 น.

ตร.พร้อมสหวิชาชีพ สอบเหยื่อถูก พลทหาร ลวนลาม หาผู้ร่วมทำผิดเพิ่ม ก่อนประสานทบ.ส่งตัว

เมื่อวันที่ 17 เมษายน ที่ สน.ชนะสงคราม ความคืบหน้ากรณีผู้เสียหายแจ้งข้อมูลผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” ว่าถูกกลุ่มบุคคลอ้างเป็นทหารทำร้ายร่างกายและล่วงละเมิดทางเพศ บริเวณห้องน้ำสาธารณะใกล้ถนนข้าวสาร เขตพระนคร กรุงเทพฯ เหตุเกิดเมื่อคืนวันที่ 14 เมษายน 2569 ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมานั้น

พล.ต.ต.วรศักดิ์ พิสิษฐบรรณกร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 เปิดเผยว่า คดีนี้ผู้เสียหายเป็นเยาวชนอายุ 15 ปี จึงต้องดำเนินการสอบปากคำโดยทีมสหวิชาชีพ ตามขั้นตอนของกฎหมาย เนื่องจากเป็นคดีที่มีความละเอียดอ่อน โดยได้นัดหมายเข้าสอบปากคำในวันนี้ช่วงเวลา 12.00 น.

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน และตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นว่า มีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่าหนึ่งคนหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด ยังไม่พบว่ามีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติม สำหรับข้อหาในเบื้องต้น อาจเข้าข่าย ข่มขืนกระทำชำเรา และความผิดเกี่ยวกับผู้เยาว์ แต่ต้องรอผลการสอบสวนโดยละเอียดอีกครั้ง

เมื่อถามว่ากองทัพบกเตรียมส่งตัวพลทหารให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้น พล.ต.ต.วรศักดิ์กล่าวว่า หากพบว่าผู้ต้องหาเป็นทหาร จะต้องพิจารณาเรื่องเขตอำนาจศาล โดยหากกระทำผิดเพียงลำพัง อาจต้องขึ้นศาลทหาร แต่หากมีพลเรือนร่วมกระทำผิด จะต้องเข้าสู่กระบวนการศาลอาญาตามปกติ แต่หลังจากสอบปากคำผู้เสียหายแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจะประสานหน่วยต้นสังกัด เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาแจ้งข้อกล่าวหา และควบคุมตัวตามกรอบระยะเวลา 48 ชั่วโมง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

Advertisement

ด้านนายเอกภพ เหลืองประเสริฐ กล่าวว่า วันนี้ทางพนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม พร้อมสหวิชาชีพจะสอบปากคำผู้เสียหาย เพิ่มเติม อย่างไรก็ตามในวันจันทร์ที่ 20 เมษายนนี้ เตรียมพาผู้เสียหายไปกระทรวงยุติธรรมเพื่อขอรับการคุ้มครองพยาน และรับเงินเยียวยาในฐานะผู้เสียหายในคดีอาญาต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนเข้าไปสอบถามข้อเท็จจริงเบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหาในค่ายทหาร ทราบว่า ตัวผู้ก่อเหตุยืนยันว่า ก่อเหตุดังกล่าวจริง แต่กลุ่มเพื่อนที่มาร่วมเล่นนำสงกรานต์ ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ โดยยืนยันว่าไม่มีพลเรือนร่วม แต่เจ้าหน้าตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ ต้องรอสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย รวมถึงรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมก่อน

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 17 เมษายน ที่ สน.ชนะสงคราม น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 15 ปี ผู้เสียหาย พร้อมแม่และพี่ชาย เดินทางเข้าพบร.ต.ท.ชยุตม์ ตั้งคุณสมบัติ รอง สว.(สอบสวน) สน.ชนะสงคราม เจ้าของคดีและทีมสหวิชาชีพ ประกอบด้วย พนักงานสอบสวน สน.ชนะสงคราม นักสังคมสงเคราะห์ นักจิตวิทยา และพนักงานอัยการ เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อสอบปากคำคดีฉาวที่เกิดขึ้น

ร.ต.ท.ชยุตม์ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เสียหาย เบื้องต้นมีผู้ก่อเหตุคนเดียว ภายหลังสอบสวนเสร็จ จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนจะทำหนังสือถึงต้นสังกัดของพลทหารภาสิทธิ์ โกมะหิ อายุ 20 ปี สังกัดกองทัพภาคที่ 1 กองทัพบก ผู้ก่อเหตุให้นำผู้ต้องหามารับทราบข้อกล่าวหาพรากผู้เยาว์ฯ ข่มขืนกระทำชำเราอายุกว่า 15 ปี แต่ไม่ถึง 18 ปี และกักขังหน่วงเหนี่ยว ส่วนข้อหาทำร้ายร่างกายอยู่ระหว่างการพิจารณา ไม่จำเป็นต้องขอศาลออกหมายจับ เนื่องจากเบื้องต้นผู้ต้องหายอมรับสารภาพกับผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด และถูกควบคุมตัวอยู่แล้ว พร้อมส่งตัวให้ดำเนินคดีทันที

ร.ต.ท.ชยุตม์ เปิดเผยอีกว่า เมื่อผู้ต้องหาเข้ามอบตัวคาดจะเป็นวันพรุ่งนี้ 18 เม.ย. จะต้องมีการสอบสวนตามขั้นตอน แม้ผู้ต้องหาจะยอมรับสารภาพกับผู้บังคับบัญชากับต้นสังกัดแล้ว ตำรวจมีอำนาจควบคุมตัวได้ 48 ชม. คาดจะนำตัวส่งศาลทหารได้ในวันจันทร์ แม้ศาลทหารจะเปิดทำการครึ่งวันในวันเสาร์ อาจจะดำเนินการไม่ทัน แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาด้วย ส่วนผลเรื่องการตรวจร่างกายผู้เสียหายปกติจะใช้เวลา1-2 เดือน แต่ผู้บังคับบัญชาได้เร่งรัดไปที่รพ.วชิรพยาบาล คาดจะได้ผลเร็ว 1-2 สัปดาห์